รับซื้อโดรน.com
Autel Robotics / EVO Nano+

รับซื้อโดรน Autel Robotics EVO Nano+ ข้อมูลสเปกเชิงลึกและเกณฑ์การตรวจสภาพประเมินราคามือสอง

เจาะลึกสเปก Autel Robotics EVO Nano+ โดรนพับได้ 249 กรัม เซนเซอร์ RYYB ขนาดใหญ่ พร้อมคำแนะนำการตรวจเช็กและประเมินราคาก่อนส่งต่อในตลาดรับซื้อโดรนมือสอง

ภาพประกอบจำลองด้วย AI แสดงโดรนพับได้ขนาดกะทัดรัดสี่ใบพัดสีส้มพร้อมเซนเซอร์และกิมบอลด้านหน้า ไม่ใช่สินค้าจริงสำหรับขาย
ภาพประกอบสร้างด้วย AI ใช้สื่อบรรยากาศของบทความ ไม่ใช่ภาพสินค้าจริงหรือการยืนยันรูปลักษณ์ตรงรุ่น

Autel Robotics EVO Nano+ จัดเป็นโดรนขนาดเล็กพิกัดน้ำหนักต่ำกว่า 250 กรัม ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบฮาร์ดแวร์ระบบกล้องคุณภาพสูงและการติดตั้งระบบหลบหลีกสิ่งกีดขวางแบบวิสัยทัศน์รอบทิศทางหลัก สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนส่งต่ออุปกรณ์หรือมองหาบริการ รับซื้อโดรน Autel Robotics EVO Nano+ ในตลาดมือสอง การเข้าใจสถาปัตยกรรมทางเทคนิค ข้อจำกัดเชิงกายภาพ และปัจจัยการเสื่อมสภาพของฮาร์ดแวร์รุ่นนี้จะช่วยให้ประเมินมูลค่าได้อย่างถูกต้องแม่นยำและสอดคล้องกับสภาพจริงของตัวลำมากที่สุด

ภาพรวมและคนที่เหมาะกับรุ่นนี้

Autel Robotics EVO Nano+ ถูกวางโครงสร้างตัวลำให้เป็นมัลติโรเตอร์แบบ 4 แกน หรือ Quadcopter ที่มีแขนมอเตอร์พับเก็บเข้าหาตัวเครื่องได้ โดยมีขนาดขณะพับเพียง 142×94×55 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อที่ 231 มิลลิเมตร โครงสร้างภายนอกผลิตจากวัสดุโพลีเมอร์น้ำหนักเบา มีตัวเลือกสีแท้จากโรงงานทั้งหมด 4 สี ได้แก่ ส้ม Autel Orange, ขาว Arctic White, แดง Blazing Red และเทา Deep Space Gray โดยตัวลำถูกควบคุมน้ำหนักขึ้นบินสุทธิไว้ที่ 249 กรัม ซึ่งเป็นพิกัดที่สอดคล้องกับข้อยกเว้นการลงทะเบียนบางประเภทในบางประเทศที่ใช้เกณฑ์กำหนดน้ำหนัก 250 กรัม

กลุ่มผู้ใช้งานที่เหมาะกับโดรนรุ่นนี้อย่างชัดเจนคือ ผู้สร้างสรรค์เนื้อหาวิดีโอ ช่างภาพท่องเที่ยว และผู้ใช้งานที่ต้องการคุณภาพไฟล์ระดับสูงจากตัวกล้อง แต่ต้องการความคล่องตัวสูงสุดในการพกพาเดินทาง ความสามารถในการพับเก็บจนมีขนาดใกล้เคียงฝ่ามือประกอบกับระบบกิมบอลกันสั่น 3 แกน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถบันทึกภาพมุมมองมุมสูงได้ในสถานที่ที่มีพื้นที่จำกัด นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยพื้นฐานในการบินผ่านระบบเซนเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวาง ซึ่งมักหาได้ยากในโดรนระดับน้ำหนักเบาต่ำกว่า 250 กรัมทั่วไป

จุดเด่นที่มีผลต่อการใช้งาน

ระบบกล้องและเซนเซอร์ภาพคุณภาพสูง ตัวกล้องใช้เซนเซอร์ CMOS ขนาด 1/1.28 นิ้ว หรือ 0.8 นิ้ว ให้ความละเอียดภาพนิ่งสูงสุด 50 ล้านพิกเซล มีขนาดพิกเซล 2.44 ไมโครเมตรในโหมดควบรวมพิกเซล หรือ Bin2 จับคู่กับเลนส์มุมมอง 85 องศา รูรับแสงกว้าง f/1.9 การจัดเรียงฟิลเตอร์สีใช้รูปแบบ RYYB แทนที่ RGGB ทั่วไป ซึ่งตามข้อมูลทางเทคนิคของโครงสร้างนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเปิดรับแสงและช่วยลดสัญญาณรบกวนในสภาพแสงน้อยได้อย่างชัดเจน พร้อมระบบโฟกัสคู่แบบไฮบริดที่ผสานทั้ง Phase Detection Auto Focus (PDAF) และ Contrast Detection Auto Focus (CDAF) ร่วมกับระบบปรับโฟกัสแบบควบคุมเอง (Manual Focus) ช่วยลดปัญหาอาการโฟกัสวืดวายขณะติดตามวัตถุและบันทึกวิดีโอ 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาทีพร้อมรองรับ HDR

ระบบตรวจจับสิ่งกีดขวาง 3 ทิศทาง แม้จะเป็นโดรนขนาดเล็ก แต่ผู้ผลิตได้ติดตั้งระบบเซนเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวางแบบวิสัยทัศน์กล้องคู่ หรือ Binocular Vision Sensors ครอบคลุม 3 ทิศทางสำคัญ ได้แก่ ด้านหน้า ด้านหลัง และใต้ท้องเครื่อง ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในการบินถอยหลังเพื่อสร้างช็อตภาพดึงออก หรือการบินเดินหน้าสำรวจ รวมถึงการลงจอดได้อย่างแม่นยำ

สมรรถนะการบินและการทรงตัวในสภาวะอากาศแปรปรวน ตัวเครื่องมีอัตราความเร็วบินระดับแนวราบสูงสุดถึง 15 เมตรต่อวินาที เมื่อเปิดใช้งานในโหมด Ludicrous หรือ Sport สามารถต้านทานแรงลมได้ถึงระดับ Level 5 และมีระยะเวลาการบินต่อเนื่องสูงสุดตามสเปก 28 นาที ช่วยให้การจัดองค์ประกอบภาพทางอากาศทำได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง

ระบบลดแรงสั่นสะเทือนด้วยกิมบอลเชิงกล 3 แกน ตัวกล้องติดตั้งอยู่บนกิมบอลกันสั่นเชิงกลแบบ 3 แกนแท้บริเวณส่วนหน้าด้านล่างของตัวลำ ทำหน้าที่รักษาแนวระนาบของกล้องและชดเชยแรงสั่นสะเทือนจากการทำงานของมอเตอร์และการเอียงตัวของลำโดรนขณะเคลื่อนที่ ทำให้ฟุตเทจวิดีโอนิ่งสนิทปราศจากอาการวอกแวก

ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องพิจารณา

มุมมองการตรวจจับสิ่งกีดขวางไม่ครอบคลุมรอบทิศทาง เนื่องจากเซนเซอร์แบบกล้องคู่ถูกติดตั้งไว้เฉพาะด้านหน้า ด้านหลัง และใต้ท้องเครื่องเท่านั้น ตัวลำจึงไม่มีเซนเซอร์ตรวจจับบริเวณด้านข้างและด้านบน ผู้ใช้งานจึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงเมื่อทำการบินสไลด์ข้างเพื่อถ่ายภาพ หรือการบินสำรวจใต้วัตถุ เช่น ใต้สะพานหรือใต้กิ่งไม้

โครงสร้างใบพัดแบบยึดด้วยสกรู โดรนรุ่นนี้ใช้ใบพัดแบบ 4 ตำแหน่งที่ยึดเข้ากับแกนมอเตอร์ด้วยสกรูเกลียว ไม่ใช่ระบบปลดเร็วแบบกดล็อก ทำให้การเปลี่ยนใบพัดจำเป็นต้องใช้ไขควงที่ได้ขนาดพอดี และก่อนทำการบินทุกครั้งจำเป็นต้องตรวจเช็กความแน่นหนาและการหลวมคลอนของสกรูอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งอาจเพิ่มขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนนำเครื่องขึ้นบิน

ไม่มีโครงป้องกันใบพัดแบบครอบติดถาวรจากโรงงาน ตัวโดรนไม่มีโครงครอบใบพัดติดตั้งมาให้ โดยในชุดการพกพาผู้ผลิตจะจัดเตรียมสายรัดล็อกใบพัด หรือ Propeller Holder และฝาครอบป้องกันกิมบอลแยกส่วนมาให้สำหรับการจัดเก็บ ผู้ใช้จึงต้องระมัดระวังไม่ให้อุปกรณ์กระทบกระแทกระหว่างการเคลื่อนย้าย

ข้อจำกัดด้านเฟรมเรตวิดีโอระดับสูง ระบบบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดกำหนดไว้ที่ 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานวิดีโอมาตรฐานและการเกรดสีด้วย HDR แต่หากต้องการนำฟุตเทจความละเอียด 4K ไปทำภาพสโลว์โมชันในอัตรา 60 เฟรมต่อวินาที โดรนรุ่นนี้จะไม่สามารถรองรับได้ในทางสเปก

เปรียบเทียบกับรุ่นใกล้เคียง

เมื่อพิจารณาในกลุ่มผลิตภัณฑ์ซีรีส์เดียวกันที่มีข้อมูลยืนยันจากผู้ผลิต Autel Robotics ได้วางจำหน่ายรุ่นคู่ขนานคือ Autel EVO Nano โดยมีความแตกต่างและจุดร่วมทางวิศวกรรมที่ผู้ใช้สามารถนำมาเปรียบเทียบความคุ้มค่าได้ดังตารางต่อไปนี้

| รุ่น | เหมาะกับใคร | จุดต่างที่มีข้อมูลรองรับ | สิ่งที่ควรพิจารณา |

| Autel EVO Nano+ | ผู้ที่ต้องการคุณภาพไฟล์สูงสุดในที่แสงน้อยและระบบโฟกัสเร็ว | เซนเซอร์ 1/1.28 นิ้ว 50MP แผงสี RYYB รูรับแสง f/1.9 ระบบโฟกัส PDAF+CDAF | ราคาสูงกว่า มีตัวเลือก 4 สีเหมือนกัน |

| Autel EVO Nano | ผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการความคล่องตัวในพิกัด 249 กรัม | สเปกตัวลำ 249 กรัม เซนเซอร์สิ่งกีดขวาง 3 ทิศทาง บินได้ 28 นาทีเท่ากัน | เซนเซอร์รับภาพและระบบเลนส์คนละเกรดกับรุ่น Plus |

เลือกรุ่นไหนให้เหมาะกับงาน

การตัดสินใจเลือกระหว่าง EVO Nano+ และ EVO Nano พื้นฐาน ขึ้นอยู่กับลักษณะการทำงานด้านภาพเป็นตัวแปรหลัก หากลักษณะงานของคุณเน้นการถ่ายภาพนิ่งความละเอียดสูงถึง 50 ล้านพิกเซล ต้องการมิติความคมชัดจากเซนเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.28 นิ้ว และมักต้องบันทึกภาพในช่วงเวลาแสงน้อยอย่างช่วงเช้าตรู่ ช่วงค่ำ หรือบรรยากาศเมืองยามราตรี สเปกฟิลเตอร์สี RYYB ร่วมกับรูรับแสง f/1.9 และระบบไฮบริดโฟกัส PDAF+CDAF ในรุ่น EVO Nano+ จะให้ผลลัพธ์ของข้อมูลภาพที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ในทางกลับกัน หากเป้าหมายการบินคือการเก็บบันทึกภาพมุมสูงทั่วไปในเวลากลางวัน สำรวจพื้นที่ หรือต้องการเพียงความคล่องตัวของโครงสร้างพับได้น้ำหนัก 249 กรัม ที่มีระบบตรวจจับสิ่งกีดขวาง 3 ทิศทางเท่าเทียมกัน และมีอัตราความเร็วสูงสุด 15 เมตรต่อวินาทีเหมือนกัน รุ่น EVO Nano จะตอบสนองด้านการใช้งานพื้นฐานได้อย่างเพียงพอ โดยไม่จำเป็นต้องแบกรับงบประมาณของสเปกเซนเซอร์ระดับสูงที่เกินความจำเป็น

จุดตรวจสภาพและปัจจัยประเมินราคามือสอง

การส่งต่อเครื่องในตลาด ขายโดรนมือสอง จำเป็นต้องแยกความเข้าใจระหว่างการตรวจเช็กอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป กับจุดตรวจเฉพาะทางของ Autel Robotics EVO Nano+ ดังนี้

การตรวจสภาพเฉพาะรุ่น Autel Robotics EVO Nano+

  • ชุดกล้องและกิมบอล 3 แกน: ตรวจสอบหน้าเลนส์ขนาด f/1.9 ว่ามีรอยขีดข่วนหรือฝุ่นภายในหรือไม่ ทดสอบการเคลื่อนไหวของมอเตอร์กิมบอลว่าหมุนปรับแกนได้อย่างราบรื่น ไม่มีการติดขัดหรือส่งเสียงครางผิดปกติเมื่อเปิดเครื่องตั้งศูนย์
  • เซนเซอร์วิสัยทัศน์คู่ 3 ทิศทาง: สังเกตกระจกปิดหน้าเลนส์เซนเซอร์ Binocular Vision ทั้งตำแหน่งด้านหน้า ด้านหลัง และใต้ท้องเครื่อง ต้องไม่มีรอยแตกร้าวหรือคราบสกปรกฝังแน่น ซึ่งอาจส่งผลให้ระบบประมวลผลระยะหลบหลีกผิดพลาด
  • เกลียวล็อกใบพัดและโครงสร้างแขนพับ: ตรวจสอบบริเวณเกลียวสกรูยึดใบพัดทั้ง 4 แกนมอเตอร์ ร่องสกรูต้องไม่หวานหรือรูด แขนพับทั้ง 4 ข้างต้องกางออกและพับเก็บได้สนิท รอยต่อข้อต่อไม่มีการโยกคลอนผิดรูปจนส่งผลต่อระยะฐานล้อ 231 มิลลิเมตร
  • ความสมบูรณ์ของสีตัวถังโพลีเมอร์: สำรวจรอยปริแตกของเปลือกตัวลำตามแนวขอบ โดยเฉพาะสีส้ม สีขาว สีแดง หรือสีเทา ซึ่งเป็นสีแท้ของโรงงาน หากมีรอยกระแทกยุบตัวอาจบ่งชี้ว่าตัวลำเคยตกกระแทกอย่างรุนแรง

การตรวจสภาพทั่วไปของระบบโดรนมือสอง

  • สภาพแบตเตอรี่: ตรวจสอบอาการบวมทางกายภาพของเซลล์แบตเตอรี่ ขั้วสัมผัสทองเหลืองต้องไม่ไหม้เกรียมหรือสึกกร่อน และตรวจสอบจำนวนรอบการชาร์จ เพื่อประเมินความสามารถในการจ่ายไฟให้ได้ใกล้เคียงสเปกเวลาบินสูงสุด 28 นาที
  • อุปกรณ์เสริมครบชุด: การมีอุปกรณ์ดั้งเดิมครบถ้วน เช่น ตัวรัดใบพัด Propeller Holder ฝาครอบกิมบอล รีโมตคอนโทรล สายเชื่อมต่อ และใบพัดสำรองพร้อมสกรู จะช่วยเสริมให้ราคาประเมินอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

เตรียมข้อมูลก่อนขาย

เพื่อให้ขั้นตอนการประเมินราคาเป็นไปอย่างรวดเร็วและได้มูลค่าที่สะท้อนคุณภาพเครื่องจริง ผู้ขายควรเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลดังนี้

  • ระบุรุ่นและสีของตัวเครื่องให้ชัดเจน โดยระบุว่าเป็น Autel Robotics EVO Nano+ พร้อมสีตัวถังทางการ (Orange, White, Red, Gray)
  • เตรียมข้อมูลสภาพการใช้งานจริง แจ้งจำนวนรอบการชาร์จของแบตเตอรี่ทุกก้อนที่มี และประวัติการใช้งาน เช่น ใช้น้อย บินเฉพาะการท่องเที่ยว หรือมีตำหนิริ้วรอยภายนอกจุดใดบ้าง
  • รวบรวมอุปกรณ์ทั้งหมดที่มี จัดวางตัวลำพร้อมกางแขนและพับเก็บ ฝาครอบกิมบอล สายรัดใบพัด รีโมตคอนโทรล สายเชื่อมต่อ และกล่องบรรจุภัณฑ์หากยังมีอยู่
  • ถ่ายภาพความละเอียดสูงในมุมมองต่างๆ ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง ใต้ท้องเครื่อง จุดยึดสกรูใบพัด และหน้าเลนส์กล้อง เพื่อใช้ประกอบการประเมินสภาพล่วงหน้า

คำถามที่พบบ่อย

Autel Robotics EVO Nano+ บินในสภาพแสงน้อยได้ดีเพราะเหตุใดตามสเปกผู้ผลิต?

ตัวกล้องใช้เซนเซอร์ CMOS ขนาดใหญ่ 1/1.28 นิ้ว ผสานกับรูรับแสงกว้าง f/1.9 และเลือกใช้การจัดเรียงพิกเซลแบบ RYYB ซึ่งมีขีดความสามารถในการรับแสงเข้าสู่เซนเซอร์ได้มากกว่าฟิลเตอร์ RGGB มาตรฐาน ช่วยลดสัญญาณรบกวนหรือนอยส์ และคงรายละเอียดภาพได้ดีในสภาวะแสงจำกัด

โดรนรุ่นนี้มีระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางรอบทิศทางหรือไม่?

ไม่มี โดรนรุ่นนี้ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวางแบบวิสัยทัศน์กล้องคู่ไว้เพียง 3 ทิศทาง ได้แก่ ด้านหน้า ด้านหลัง และใต้ท้องเครื่องเท่านั้น โดยไม่มีเซนเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวางที่ด้านข้างลำตัวและด้านบน ผู้บังคับจึงต้องควบคุมทิศทางอย่างระมัดระวังเมื่อเคลื่อนที่ในแนวขวาง

ในการขายโดรนมือสอง อุปกรณ์เสริมชิ้นใดของ EVO Nano+ ที่มีความจำเป็นต้องมีให้ครบ?

อุปกรณ์สำคัญที่ควรมี ได้แก่ ฝาครอบป้องกันกิมบอลเพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบมอเตอร์ 3 แกน สายรัดใบพัด (Propeller Holder) สำหรับจัดเก็บตัวลำให้อยู่ในสภาพพับได้อย่างถูกต้อง รีโมตคอนโทรล และสกรูยึดใบพัดพร้อมไขควงที่ได้มาตรฐาน เพราะรุ่นนี้ใช้การยึดใบพัดด้วยสกรูเฉพาะตัว

ข้อมูลประกอบจาก Google Search

ดูข้อมูลผู้ผลิตที่ใช้ประกอบบทความ

**สถานะการยืนยันรุ่น:** ยืนยันแล้วผ่าน autelrobotics.com (VERIFIED) [1]

**รูปแบบตัวลำ (Airframe):** ตัวลำขนาดกะทัดรัด แขนมอเตอร์สามารถพับเก็บเข้าหาตัวเครื่องได้ (Foldable) [2]

(รวมใบพัด) โดยมีระยะฐานล้อ (Wheelbase) อยู่ที่ 231 มม. [2]

**จำนวนใบพัด/โรเตอร์ (Rotor Count):** มัลติโรเตอร์แบบ 4 แกน (Quadcopter) ใช้ใบพัด 4 ตำแหน่ง [3]

**จำนวนใบพัด/โรเตอร์ (Rotor Count):** มัลติโรเตอร์แบบ 4 แกน (Quadcopter) ใช้ใบพัด 4 ตำแหน่ง ยึดด้วยน็อต [3]

**การติดตั้งกล้องและกิมบอล (Camera/Gimbal Placement):** ติดตั้งอยู่บริเวณส่วนหน้าด้านล่างของตัวลำ ใช้กิมบอลกันสั่นเชิงกลแบบ 3 แกน (3-axis mechanical gimbal) [4]

**การติดตั้งกล้องและกิมบอล (Camera/Gimbal Placement):** ติดตั้งอยู่บริเวณส่วนหน้าด้านล่างของตัวลำ ใช้กิมบอลกันสั่นเชิงกลแบบ 3 แกน (3-axis mechanical gimbal) รองรับการป้องกันแรงสั่นสะเทือนขณะเคลื่อนที่ [4]

**ตัวป้องกันใบพัด (Guards) และอุปกรณ์ยึด:** โดรนไม่มีโครงป้องกันใบพัดครอบติดถาวรมาจากโรงงาน โดยใช้สายรัดล็อกใบพัด (Propeller Holder) และฝาครอบกิมบอลแยกต่างหากสำหรับการจัดเก็บ [5]

**วัสดุและสีตัวลำ (Materials/Color):** ตัวเรือนเป็นโครงสร้างโพลีเมอร์น้ำหนักเบา โดยผู้ผลิตผลิตออกมาอย่างเป็นทางการทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Autel Orange, Arctic White, Blazing Red และ Deep Space Gray [1]

**ระบบเซนเซอร์และกล้อง:** ใช้เซนเซอร์ CMOS ขนาด 1/1.28 นิ้ว (0.8 นิ้ว) ความละเอียดภาพนิ่ง 50 ล้านพิกเซล (50 MP) ขนาดพิกเซล 2.44 μm (Bin2) [6]

มุมมองภาพ (FOV) 85° รูรับแสงกว้าง f/1.9 [6]

**โครงสร้างการรับแสงและโฟกัส:** ออกแบบฟิลเตอร์สีแบบ RYYB ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับแสงและการลดสัญญาณรบกวนในที่แสงน้อย [4]

**โครงสร้างการรับแสงและโฟกัส:** ออกแบบฟิลเตอร์สีแบบ RYYB ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับแสงและการลดสัญญาณรบกวนในที่แสงน้อย พร้อมระบบโฟกัสคู่แบบไฮบริด PDAF + CDAF ร่วมกับ Manual Focus (MF) [6]

**การบันทึกภาพและวิดีโอ:** รองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K ที่ 30fps และรองรับโหมด HDR [1]

**ระบบตรวจจับสิ่งกีดขวาง (Obstacle Avoidance):** ติดตั้งระบบเซนเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวางแบบวิสัยทัศน์กล้องคู่ (Binocular Vision Sensors) รวม 3 ทิศทาง ได้แก่ ด้านหน้า ด้านหลัง และด้านล่าง [3]

(มาตรฐาน CE) [7]

(มาตรฐาน CE) ความเร็วบินระดับแนวราบสูงสุด 15 ม./วินาที (โหมด Ludicrous/Sport) [3]

(มาตรฐาน CE) ความเร็วบินระดับแนวราบสูงสุด 15 ม./วินาที (โหมด Ludicrous/Sport) และทนแรงลมได้ระดับ Level 5 [3]

**น้ำหนักขึ้นบิน:** พิกัดน้ำหนักขึ้นบินระบุไว้ที่ 249 กรัม (จัดอยู่ในกลุ่มน้ำหนักต่ำกว่า 250 กรัม) [4] [2]

**ขอบเขตการตรวจจับ:** เซนเซอร์สิ่งกีดขวางครอบคลุมเพียง 3 ด้าน (หน้า/หลัง/ล่าง) ไม่มีเซนเซอร์ตรวจจับด้านข้างและด้านบน [3]

ถึงอินฟินิตี้ บันทึกวิดีโอ 4K/30fps [4] [6]

**Autel EVO Nano+:** น้ำหนักขึ้นบิน 249 กรัม โครงสร้างพับได้ ตัวลำมีให้เลือก 4 สี (ส้ม/ขาว/แดง/เทา) ขนาดพับ 142×94×55 มม. [2] [1]

**Autel EVO Nano+:** มีระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางแบบวิสัยทัศน์ 3 ทิศทาง (หน้า, หลัง, ใต้ท้องเครื่อง) [3]

**Autel EVO Nano+:** มีระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางแบบวิสัยทัศน์ 3 ทิศทาง (หน้า, หลัง, ใต้ท้องเครื่อง) บินได้นานสูงสุด 28 นาที ความเร็วสูงสุด 15 ม./วินาที [3]

(FCC) [7]

**Autel EVO Nano:** ระบบความปลอดภัยเท่าเทียมกับรุ่น Nano+ ด้วยระบบตรวจจับสิ่งกีดขวาง 3 ทิศทาง (หน้า, หลัง, ใต้ท้องเครื่อง) [3]

**Autel EVO Nano:** ระบบความปลอดภัยเท่าเทียมกับรุ่น Nano+ ด้วยระบบตรวจจับสิ่งกีดขวาง 3 ทิศทาง (หน้า, หลัง, ใต้ท้องเครื่อง) เวลาบินสูงสุด 28 นาที ความเร็วสูงสุด 15 ม./วินาที [3]

(FCC) [7]

**Autel EVO Nano+ / Autel EVO Nano:** ด้วยพิกัดน้ำหนักตัวเครื่อง 249 กรัม จัดอยู่ในเกณฑ์ยกเว้นการลงทะเบียนบางประเภทในบางประเทศที่ใช้เกณฑ์ 250 กรัม [4]

**Autel EVO Nano+ / Autel EVO Nano:** ด้วยพิกัดน้ำหนักตัวเครื่อง 249 กรัม จัดอยู่ในเกณฑ์ยกเว้นการลงทะเบียนบางประเภทในบางประเทศที่ใช้เกณฑ์ 250 กรัม การตรวจสอบก่อนบินต้องขันล็อกใบพัดด้วยสกรูและตรวจสอบรอยสึกหรอหรือหลวมคลอนของใบพัดและสกรูทุกครั้ง [3]

รายละเอียดสเปกและผลิตภัณฑ์ซีรีส์ EVO Nano / Nano+: `autelrobotics.com/products/evo-nano-series` [1]

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

บทความใช้ข้อมูลอ้างอิงเพื่อช่วยทำความเข้าใจรุ่นและการเตรียมขาย ไม่ใช่ผลทดสอบเครื่องจริงของผู้ขาย การรับซื้อและราคาต้องยืนยันหลังตรวจสภาพ

SHARE THIS FLIGHT

รีวิวนี้มีประโยชน์? แชร์ให้เพื่อน

ส่งต่อข้อมูลรุ่นนี้ไว้คุยกันก่อนตัดสินใจ

LINE ↗Facebook ↗X ↗WhatsApp ↗Telegram ↗

READY FOR YOUR NEXT FLIGHT?

อยากขายลำนี้ ส่งรูปมาคุยกัน

แจ้งรุ่น สภาพ อุปกรณ์ และพื้นที่ที่สะดวก เพื่อสอบถามราคาและคิวนัดรับ

LINE @buyeverything.inth ↗โทร 081-9160211