รับซื้อโดรน.com
DJI / Inspire 2

รับซื้อโดรน DJI Inspire 2 เจาะลึกสเปกงานภาพยนตร์และคู่มือขายมือสอง

เจาะลึกสเปก DJI Inspire 2 สำหรับงานโปรดักชันมืออาชีพ วิเคราะห์ระบบกล้อง Zenmuse ฟอร์แมต RAW/ProRes แบตเตอรี่คู่ TB50 และปัจจัยสำคัญสำหรับบริการรับซื้อโดรน DJI Inspire 2 มือสอง

ภาพประกอบ AI แสดงโดรนสำหรับงานภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ โครงสร้างแมกนีเซียมและคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมกิมบอลกล้อง
ภาพประกอบสร้างด้วย AI ใช้สื่อบรรยากาศของบทความ ไม่ใช่ภาพสินค้าจริงหรือการยืนยันรูปลักษณ์ตรงรุ่น

DJI Inspire 2 เป็นอากาศยานไร้คนขับระดับมืออาชีพที่ออกแบบมาเพื่อการผลิตภาพยนตร์และงานวิดีโอคุณภาพสูงโดยเฉพาะ โดยมีจุดเด่นสำคัญทั้งระบบประมวลผล CineCore ภายในตัวลำ โครงสร้างแปลงรูปทรงขณะบิน และระบบรองรับการควบคุมแบบสองผู้ใช้งาน ซึ่งในตลาดมืออาชีพปัจจุบัน บริการรับซื้อโดรน DJI Inspire 2 ยังคงให้ความสำคัญกับการตรวจสอบอุปกรณ์เสริมเฉพาะทาง สภาพฮาร์ดแวร์ตัวลำ และสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์ประมวลผลวิดีโอเป็นหลัก เพื่อประเมินมูลค่าการใช้งานจริงได้อย่างแม่นยำ

ภาพรวมและคนที่เหมาะกับรุ่นนี้

DJI Inspire 2 ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกองถ่ายภาพยนตร์ งานโฆษณา และทีมงานถ่ายทำระดับบรอดคาสต์ที่ต้องการภาพมุมสูงที่มีความยืดหยุ่นทางเทคนิคสูงสุด ตัวลำสร้างขึ้นจากโครงสร้างโลหะผสมแมกนีเซียม-อะลูมิเนียมควบคู่กับแขนกลไกคาร์บอนไฟเบอร์ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ DJI 3512 (KV 460) จำนวน 4 ตัว และใบพัดขนาด 15 นิ้ว รหัส 1550T ซึ่งให้กำลังขับดันสูง

กลุ่มผู้ใช้งานที่เหมาะสมอย่างแท้จริงคือทีมงานโปรดักชันที่มีนักบินและผู้ควบคุมมุมกล้องแยกกันชัดเจน เนื่องจากตัวลำรองรับระบบควบคุมคู่ผ่านรีโมตคอนโทรล Master และ Slave โดยนักบินสามารถมองเห็นเส้นทางผ่านกล้อง FPV แบบ 2 แกนที่ติดตั้งบริเวณส่วนหน้าตัวลำ ในขณะที่ผู้กำกับภาพสามารถควบคุมกิมบอล 3 แกนที่ติดตั้งด้านล่างได้อย่างอิสระโดยไม่มีข้อจำกัดด้านมุมมอง อย่างไรก็ตาม อากาศยานรุ่นนี้อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานคนเดียวที่เน้นความคล่องตัว หรือผู้ที่ต้องการโดรนขนาดเล็กสำหรับงานสำรวจทั่วไป

จุดเด่นที่มีผลต่อการใช้งาน

การออกแบบและวิศวกรรมของ Inspire 2 มีคุณสมบัติเฉพาะที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพงานผลิต ดังนี้

  • สถาปัตยกรรมภาพ CineCore ในตัวลำ: ระบบประมวลผลภาพ CineCore 2.0 / 2.1 บิลต์อินอยู่ภายในบอดี้โดรน รองรับการทำงานร่วมกับกล้องกิมบอลเฉพาะตระกูล Zenmuse ได้แก่ X4S, X5S และ Zenmuse X7 ซึ่งเป็นเซนเซอร์ขนาด Super 35 สามารถบันทึกวิดีโอได้สูงสุดที่ระดับ 6K CinemaDNG / RAW และ 5.2K Apple ProRes คุณสมบัตินี้ช่วยให้กองถ่ายได้ไฟล์ภาพดิบที่มีช่วงการรับแสงกว้าง รองรับกระบวนการเกรดสีในขั้นตอน Post-production ระดับภาพยนตร์อย่างแท้จริง
  • กลไกแปลงรูปทรงและกิมบอลหมุนได้ 360 องศา: ขณะบินขึ้น แขนกลไกคาร์บอนไฟเบอร์จะยกตัวขึ้นเหนือระดับกล้อง (Transforming design) ทำให้กิมบอลแบบ 3 แกนสามารถหมุนแพนได้แบบ 360 องศาต่อเนื่องรอบทิศทาง (QuickSpin) โดยไม่มีส่วนของแขน ขาตั้ง หรือใบพัดเข้ามาบดบังเฟรมภาพ ช่วยให้การจัดองค์ประกอบภาพมุมกล้องต่อเนื่องทำได้อย่างราบรื่น
  • ระบบพลังงานคู่แบบสำรองพร้อมระบบทำความร้อน: การใช้งานแบตเตอรี่อัจฉริยะคู่รุ่น TB50 (ความจุ 4,280 mAh แรงดัน 22.8V พลังงาน 97.5Wh) ช่วยเพิ่มความปลอดภัย หากแบตเตอรี่ก้อนใดก้อนหนึ่งขัดข้องระหว่างบิน แบตเตอรี่อีกก้อนจะยังคงจ่ายไฟเพื่อนำโดรนลงจอดได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีระบบทำความร้อนในตัว (Self-heating) ซึ่งช่วยให้สามารถนำโดรนขึ้นบินในสภาพอากาศหนาวจัดได้ถึง -20 องศาเซลเซียส โดยบินได้นานสูงสุดประมาณ 27 นาทีเมื่อใช้กล้อง Zenmuse X4S หรือประมาณ 23 นาทีเมื่อใช้กล้อง Zenmuse X7
  • ระบบควบคุมสองตำแหน่งพร้อมกล้อง FPV อิสระ: ด้วยการแยกสัญญาณภาพระหว่างกล้อง FPV ด้านหน้าตัวลำสำหรับนักบิน และกล้องกิมบอลหลักสำหรับตากล้อง ทำให้การทำงานร่วมกันในกองถ่ายมีความแม่นยำสูง นักบินสามารถโฟกัสกับทิศทางความปลอดภัยในการเคลื่อนที่ ขณะที่ตากล้องสามารถโฟกัสกับการจัดเฟรมและการเคลื่อนไหวมุมกล้องได้อย่างเต็มที่

ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องพิจารณา

แม้จะเป็นอากาศยานประสิทธิภาพสูง แต่ Inspire 2 มีข้อจำกัดทางเทคนิคและค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ

  • สิทธิ์การใช้งาน Codec ต้องซื้อแยก: แม้ระบบ CineCore จะรองรับฟอร์แมตภาพยนตร์ แต่การบันทึกรูปแบบ CinemaDNG และ Apple ProRes ไม่ได้เปิดให้ใช้งานฟรีจากโรงงาน ผู้ใช้จำเป็นต้องมี License Key (Activation Key) เฉพาะเพื่อเปิดสิทธิ์ระบบการบันทึกดังกล่าว
  • ความซับซ้อนและต้นทุนของสื่อบันทึกข้อมูล: การบันทึกข้อมูลวิดีโอ RAW และ ProRes จำเป็นต้องใช้สื่อบันทึกข้อมูลความเร็วสูง DJI CINESSD เท่านั้น และยังต้องใส่การ์ด Micro SD ควบคู่ไว้ในตัวกล้องเสมอเพื่อบันทึกข้อมูลระบบ ทำให้มีค่าใช้จ่ายอุปกรณ์เสริมและขั้นตอนการจัดการไฟล์ที่เพิ่มขึ้น
  • ข้อจำกัดด้านน้ำหนักบรรทุก (MTOW): น้ำหนักตัวลำรวมแบตเตอรี่คู่โดยยังไม่ติดตั้งกล้องอยู่ที่ประมาณ 3,440 กรัม ในขณะที่จำกัดน้ำหนักขึ้นบินสูงสุด (MTOW) ไว้ที่ 4,000 กรัม ส่งผลให้มีระยะเหลือน้ำหนักบรรทุกเพียงประมาณ 560 กรัม จึงไม่สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมหรือโหลดภายนอกที่หนักเกินกว่ากล้องกิมบอลที่ระบุไว้ได้
  • อุปกรณ์ข้ามรุ่นไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้: แบตเตอรี่ TB50 ตัวกล้อง Zenmuse X4S, X5S, X7 และรีโมตคอนโทรลของ Inspire 2 ไม่สามารถนำไปใช้งานร่วมกับ Inspire 3 และไม่รองรับอุปกรณ์หรือกล้องของ Inspire 1 ทำให้การอัปเกรดข้ามเจเนอเรชันต้องยกชุดระบบใหม่ทั้งหมด
  • ขอบเขตการตรวจจับสิ่งกีดขวางจำกัดทิศทาง: ระบบเซนเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวางไม่ใช่แบบ 360 องศารอบทิศทาง โดยมีเซนเซอร์วิชันทำงานเฉพาะทิศทางด้านหน้าและด้านล่าง และเซนเซอร์อินฟราเรดทำงานเฉพาะด้านบนเท่านั้น ทำให้ด้านข้างและด้านหลังไม่มีการป้องกัน จึงต้องอาศัยทักษะความระมัดระวังของนักบินเป็นหลัก

เปรียบเทียบกับรุ่นใกล้เคียง

การเปรียบเทียบเชิงโครงสร้างตามข้อมูลทางการระหว่างตระกูลอากาศยานระดับมืออาชีพของ DJI แสดงให้เห็นความแตกต่างของระบบดังตารางต่อไปนี้

รุ่นเหมาะกับใครจุดต่างที่มีข้อมูลรองรับสิ่งที่ควรพิจารณา
DJI Inspire 2กองถ่ายระดับโปรดักชันที่ต้องการความยืดหยุ่นด้านงบประมาณและเลนส์ใช้กล้อง Zenmuse X4S, X5S, X7 บันทึกสูงสุด 6K RAW/ProRes แบตเตอรี่ TB50อุปกรณ์เสริมและกล้องไม่สามารถใช้งานร่วมกับ Inspire 3 ได้
DJI Inspire 3กองถ่ายระดับสูงสุดที่ต้องการระบบนิเวศการทำงานยุคใหม่เต็มรูปแบบรุ่นถัดไปที่พัฒนาต่อยอดทั้งแพลตฟอร์มระบบกล้องและโครงสร้างตัวลำระบบทั้งหมดไม่รองรับอุปกรณ์เดิมของ Inspire 2 เช่น แบตเตอรี่ TB50 หรือกล้อง X7

เลือกรุ่นไหนให้เหมาะกับงาน

การตัดสินใจเลือกระหว่างการคงใช้งานหรือจัดหาระบบ Inspire 2 ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการทำงานและงบประมาณเป็นสำคัญ

  • เลือกใช้งาน DJI Inspire 2 หากทีมงานของคุณมีระบบอุปกรณ์เดิมอยู่แล้ว เช่น มีกล้อง Zenmuse X5S หรือ X7 เลนส์ สื่อบันทึก DJI CINESSD และแบตเตอรี่ TB50 ครบชุด การใช้งาน Inspire 2 ยังคงตอบโจทย์งานวิดีโอระดับภาพยนตร์ 5.2K และ 6K ได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องลงทุนใหม่ทั้งระบบ
  • พิจารณาทางเลือกอื่นหรือรุ่นใหม่ หากโครงการของคุณต้องการความเข้ากันได้กับอุปกรณ์เสริมยุคถัดไป หรือต้องการระบบความปลอดภัยของเซนเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวางที่ครอบคลุมรอบทิศทางมากกว่าเดิม เพราะแพลตฟอร์มของ Inspire 2 สิ้นสุดการรองรับอุปกรณ์ข้ามรุ่นไว้ที่เจเนอเรชันของตัวเองเท่านั้น

จุดตรวจสภาพและปัจจัยประเมินราคามือสอง

ในการประเมินมูลค่าสำหรับบริการรับซื้อโดรน DJI Inspire 2 และการส่งต่อในตลาดขายโดรนมือสอง สภาพของอุปกรณ์เฉพาะทางจะเป็นตัวกำหนดราคาสำคัญ โดยแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักดังนี้

ข้อควรตรวจสอบทั่วไปสำหรับโดรนมือสอง:

  • ตรวจสอบความสมบูรณ์ของจุดยึดมอเตอร์และแกนหมุน ไม่มีรอยแตกร้าวจากการตกกระแทก
  • ประเมินสภาพแบตเตอรี่ว่ามีอาการบวม ผิดรูป หรือแรงดันแต่ละเซลล์ตกผิดปกติหรือไม่
  • ความลื่นไหลในการสั่งงานของรีโมตคอนโทรลและปุ่มสวิตช์ฟังก์ชันต่างๆ

ข้อควรตรวจสอบเฉพาะทางสำหรับรุ่น DJI Inspire 2:

  • กลไกแปลงร่างของแขนคาร์บอนไฟเบอร์: ตรวจสอบแกนยกและมอเตอร์เซอร์โวที่ควบคุมการปรับแขนขึ้น-ลง (Transforming mechanism) ว่าทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่ติดขัด หรือมีเสียงดังผิดปกติ
  • สภาพขั้วสัมผัสและสวิตช์ปลดกล้องกิมบอล: หน้าสัมผัสอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างตัวบอดี้และชุดกิมบอล Zenmuse ต้องสะอาด ไม่มีรอยไหม้หรือเขี้ยวล็อกบิ่นงอ
  • ความจุและรอบชาร์จของแบตเตอรี่ TB50: เนื่องจากใช้ระบบแบตเตอรี่คู่ สภาพแบตเตอรี่จึงต้องได้รับการตรวจสอบควบคู่กันเป็นคู่ หากก้อนใดก้อนหนึ่งเสื่อมสภาพ ระบบจะแจ้งเตือนและส่งผลต่อความปลอดภัยในการบิน
  • สิทธิ์ License Key ในตัวลำ: ตัวเครื่องที่มีการปลดล็อก License ของ CinemaDNG และ Apple ProRes ไว้อย่างถูกต้อง จะมีมูลค่าการประเมินที่สูงกว่าเครื่องที่ไม่มี License เนื่องจากเป็นสิทธิ์ถาวรที่ผูกกับตัวเครื่อง CineCore
  • ความสมบูรณ์ของอุปกรณ์เสริม CINESSD และ Station: ตรวจสอบการเชื่อมต่อและการอ่านเขียนข้อมูลของการ์ด CINESSD ร่วมกับ Station ถ่ายโอนข้อมูลว่าทำงานได้เต็มความเร็วปกติหรือไม่

เตรียมข้อมูลก่อนขาย

หากคุณต้องการนำเครื่องเข้าสู่ขั้นตอนประเมินราคา การรวบรวมรายละเอียดที่ครบถ้วนจะช่วยให้กระบวนการเป็นไปอย่างรวดเร็วและได้ราคาที่สะท้อนมูลค่าจริง

  • ถ่ายภาพแสดงสภาพภายนอกของตัวลำ: ถ่ายมุมมองรอบตัวถังแมกนีเซียม-อะลูมิเนียม โครงแขนคาร์บอนไฟเบอร์ ใบพัด 1550T และหน้าเลนส์กล้อง FPV ด้านหน้า
  • ระบุรายการกล้องและอุปกรณ์เสริม: แจ้งรุ่นของกล้องกิมบอลที่มาพร้อมชุด เช่น Zenmuse X4S, X5S หรือ X7 พร้อมรายละเอียดเลนส์ที่ให้มาด้วย
  • รายงานข้อมูลสถานะแบตเตอรี่ TB50: บันทึกภาพหน้าจอแอปพลิเคชันที่แสดงรอบการชาร์จ (Cycle Count) ระดับแรงดันเซลล์ และจำนวนแบตเตอรี่ทั้งหมดที่มีในชุด
  • ยืนยันสถานะ License ของ CineCore: แสดงหลักฐานหน้าต่างการเปิดใช้งานสิทธิ์ CinemaDNG หรือ Apple ProRes ในระบบตัวเครื่อง
  • รายการอุปกรณ์เชื่อมต่อ: แจ้งจำนวนรีโมตคอนโทรล (Master/Slave) การ์ด DJI CINESSD ขนาดความจุ และอุปกรณ์แท่นชาร์จที่รวมอยู่ในชุด

คำถามที่พบบ่อย

Inspire 2 สามารถใช้งานร่วมกับกล้องรุ่นใดได้บ้าง

DJI Inspire 2 รองรับเฉพาะกล้องกิมบอลตระกูล Zenmuse ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ได้แก่ Zenmuse X4S, Zenmuse X5S และ Zenmuse X7 ซึ่งทำงานร่วมกับระบบ CineCore ภายในตัวเครื่อง โดยไม่รองรับกล้องรุ่นเดิมของ Inspire 1 และไม่สามารถใช้งานร่วมกับกล้องรุ่นใหม่ของ Inspire 3 ได้

หากไม่มี License CinemaDNG หรือ Apple ProRes ตัวเครื่องจะบันทึกวิดีโอได้หรือไม่

ตัวเครื่องยังสามารถบินและบันทึกภาพวิดีโอในฟอร์แมตมาตรฐานทั่วไป เช่น H.264 หรือ H.265 ลงในการ์ด Micro SD ได้ตามปกติ แต่จะไม่สามารถบันทึกไฟล์คุณภาพสูงระดับ CinemaDNG หรือ Apple ProRes ลงบนสื่อบันทึก DJI CINESSD ได้ จนกว่าจะทำการซื้อและเปิดใช้งาน Activation Key เฉพาะรุ่น

แบตเตอรี่ TB50 ก้อนเดียวสามารถเปิดเครื่องและนำโดรนขึ้นบินได้หรือไม่

ไม่ได้ ระบบพลังงานของ DJI Inspire 2 ถูกออกแบบมาให้ทำงานด้วยแบตเตอรี่คู่ (Dual Battery) เท่านั้น โดยต้องติดตั้งแบตเตอรี่ TB50 ที่มีประจุไฟพร้อมกันทั้งสองช่องเพื่อความปลอดภัยในการจ่ายกระแสไฟฟ้าและระบบจ่ายไฟสำรอง

ข้อมูลประกอบจาก Google Search

ดูข้อมูลผู้ผลิตที่ใช้ประกอบบทความ

**สถานะการยืนยัน:** ได้รับการยืนยันจากเว็บไซต์ทางการของผู้ผลิต (`dji.com`) [1]

โครงสร้างและองค์ประกอบทางกายภาพภายนอก (Visible Construction & Materials) * **โครงสร้างตัวเครื่อง (Airframe):** ตัวถังหลักทำจากโลหะผสมแมกนีเซียม-อะลูมิเนียม (Magnesium-aluminum alloy) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างและลดน้ำหนัก [2]

โครงสร้างและองค์ประกอบทางกายภาพภายนอก (Visible Construction & Materials) * **โครงสร้างตัวเครื่อง (Airframe):** ตัวถังหลักทำจากโลหะผสมแมกนีเซียม-อะลูมิเนียม (Magnesium-aluminum alloy) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างและลดน้ำหนัก แขนกลไกทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon fiber arms) ซึ่งสามารถยกชุดแขนขึ้นเหนือตัวกล้องขณะบิน (Transforming design) เพื่อไม่ให้บดบังมุมมองกล้อง [1] [3]

โครงสร้างและองค์ประกอบทางกายภาพภายนอก (Visible Construction & Materials) * **โครงสร้างตัวเครื่อง (Airframe):** ตัวถังหลักทำจากโลหะผสมแมกนีเซียม-อะลูมิเนียม (Magnesium-aluminum alloy) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างและลดน้ำหนัก แขนกลไกทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon fiber arms) ซึ่งสามารถยกชุดแขนขึ้นเหนือตัวกล้องขณะบิน (Transforming design) เพื่อไม่ให้บดบังมุมมองกล้อง * **จำนวนใบพัดและมอเตอร์ (Rotor Count):** รูปแบบควอดคอปเตอร์ 4 มอเตอร์ (มอเตอร์ DJI รหัส 3512 ค่า KV 460) ใช้ใบพัดขนาด 15 นิ้ว (ใบพัดมาตรฐาน DJI รหัส 1550T) [4] [5]

โครงสร้างและองค์ประกอบทางกายภาพภายนอก (Visible Construction & Materials) * **โครงสร้างตัวเครื่อง (Airframe):** ตัวถังหลักทำจากโลหะผสมแมกนีเซียม-อะลูมิเนียม (Magnesium-aluminum alloy) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างและลดน้ำหนัก แขนกลไกทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon fiber arms) ซึ่งสามารถยกชุดแขนขึ้นเหนือตัวกล้องขณะบิน (Transforming design) เพื่อไม่ให้บดบังมุมมองกล้อง * **จำนวนใบพัดและมอเตอร์ (Rotor Count):** รูปแบบควอดคอปเตอร์ 4 มอเตอร์ (มอเตอร์ DJI รหัส 3512 ค่า KV 460) ใช้ใบพัดขนาด 15 นิ้ว (ใบพัดมาตรฐาน DJI รหัส 1550T) ไม่มีกรอบกันใบพัด (Propeller guards) ติดตั้งเป็นมาตรฐานจากโรงงาน * **ตำแหน่งกล้องและกิมบอล (Camera/Gimbal Placement):** กิมบอลแบบถอดเปลี่ยนได้ (Detachable 3-axis gimbal) ติดตั้งอยู่ใต้โครงสร้างกลางของตัวลำ สามารถหมุนแพนได้ 360° แบบ QuickSpin และต่อเนื่องรอบทิศทาง [6] [1]

โครงสร้างและองค์ประกอบทางกายภาพภายนอก (Visible Construction & Materials) * **โครงสร้างตัวเครื่อง (Airframe):** ตัวถังหลักทำจากโลหะผสมแมกนีเซียม-อะลูมิเนียม (Magnesium-aluminum alloy) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างและลดน้ำหนัก แขนกลไกทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon fiber arms) ซึ่งสามารถยกชุดแขนขึ้นเหนือตัวกล้องขณะบิน (Transforming design) เพื่อไม่ให้บดบังมุมมองกล้อง * **จำนวนใบพัดและมอเตอร์ (Rotor Count):** รูปแบบควอดคอปเตอร์ 4 มอเตอร์ (มอเตอร์ DJI รหัส 3512 ค่า KV 460) ใช้ใบพัดขนาด 15 นิ้ว (ใบพัดมาตรฐาน DJI รหัส 1550T) ไม่มีกรอบกันใบพัด (Propeller guards) ติดตั้งเป็นมาตรฐานจากโรงงาน * **ตำแหน่งกล้องและกิมบอล (Camera/Gimbal Placement):** กิมบอลแบบถอดเปลี่ยนได้ (Detachable 3-axis gimbal) ติดตั้งอยู่ใต้โครงสร้างกลางของตัวลำ สามารถหมุนแพนได้ 360° แบบ QuickSpin และต่อเนื่องรอบทิศทาง นอกจากนี้ มีกล้อง FPV ปรับเงยได้ 2 แกนติดตั้งอยู่ด้านหน้าส่วนหัวของตัวลำสำหรับนักบินควบคุมการบินแยกต่างหาก [2] [1]

โครงสร้างและองค์ประกอบทางกายภาพภายนอก (Visible Construction & Materials) * **โครงสร้างตัวเครื่อง (Airframe):** ตัวถังหลักทำจากโลหะผสมแมกนีเซียม-อะลูมิเนียม (Magnesium-aluminum alloy) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างและลดน้ำหนัก แขนกลไกทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon fiber arms) ซึ่งสามารถยกชุดแขนขึ้นเหนือตัวกล้องขณะบิน (Transforming design) เพื่อไม่ให้บดบังมุมมองกล้อง * **จำนวนใบพัดและมอเตอร์ (Rotor Count):** รูปแบบควอดคอปเตอร์ 4 มอเตอร์ (มอเตอร์ DJI รหัส 3512 ค่า KV 460) ใช้ใบพัดขนาด 15 นิ้ว (ใบพัดมาตรฐาน DJI รหัส 1550T) ไม่มีกรอบกันใบพัด (Propeller guards) ติดตั้งเป็นมาตรฐานจากโรงงาน * **ตำแหน่งกล้องและกิมบอล (Camera/Gimbal Placement):** กิมบอลแบบถอดเปลี่ยนได้ (Detachable 3-axis gimbal) ติดตั้งอยู่ใต้โครงสร้างกลางของตัวลำ สามารถหมุนแพนได้ 360° แบบ QuickSpin และต่อเนื่องรอบทิศทาง นอกจากนี้ มีกล้อง FPV ปรับเงยได้ 2 แกนติดตั้งอยู่ด้านหน้าส่วนหัวของตัวลำสำหรับนักบินควบคุมการบินแยกต่างหาก * **วัสดุและสี (Materials & Color):** ผิวตัวถังเป็นสีเทาเมทัลลิกเข้ม (Magnesium-aluminum) ตัดกับแขนและชุดมอเตอร์คาร์บอนไฟเบอร์สีดำ [2] [3]

ขีดความสามารถเฉพาะรุ่น (Model-Specific Capabilities) * **ระบบประมวลผล CineCore:** มีระบบประมวลผลภาพ CineCore 2.0 / 2.1 บิลต์อินอยู่ภายในบอดี้ตัวลำ รองรับการทำงานร่วมกับกล้องกิมบอลเฉพาะตระกูล Zenmuse ได้แก่ Zenmuse X4S, X5S และ Zenmuse X7 (เซนเซอร์ Super 35) [1] [2] [6]

ขีดความสามารถเฉพาะรุ่น (Model-Specific Capabilities) * **ระบบประมวลผล CineCore:** มีระบบประมวลผลภาพ CineCore 2.0 / 2.1 บิลต์อินอยู่ภายในบอดี้ตัวลำ รองรับการทำงานร่วมกับกล้องกิมบอลเฉพาะตระกูล Zenmuse ได้แก่ Zenmuse X4S, X5S และ Zenmuse X7 (เซนเซอร์ Super 35) * **ฟอร์แมตงานภาพยนตร์ระดับสูง:** สามารถบันทึกวิดีโอได้สูงสุดที่ระดับ 6K CinemaDNG / RAW และ 5.2K Apple ProRes เมื่อจับคู่กับกล้อง Zenmuse X7 [1] [6]

ในเวลา 5 วินาที ความเร็วในการลดระดับลงสูงสุด 9 ม./วินาที * **ระบบพลังงานและความซ้ำซ้อน (Dual Battery):** ใช้แบตเตอรี่อัจฉริยะคู่รุ่น TB50 (ความจุ 4280 mAh, แรงดัน 22.8V, พลังงาน 97.5Wh) พร้อมระบบทำความร้อนในตัว (Self-heating) รองรับการบินในสภาพอากาศหนาวจัด (-20°C ถึง 40°C) * **ระยะเวลาการบิน:** บินได้นานสูงสุดประมาณ 27 นาที เมื่อติดตั้งร่วมกับกล้อง Zenmuse X4S หรือประมาณ 23 นาที เมื่อติดตั้งกล้อง Zenmuse X7 (สภาวะบินโฮเวอร์/ความเร็วคงที่ไม่มีลม) * **ระบบส่งสัญญาณและการควบคุมแบบคู่ (Dual Operator):** ส่งสัญญาณภาพทั้งกล้อง FPV ของนักบินและกล้องกิมบอลตัวหลักพร้อมกันไปยังรีโมต Master และ Slave แยกกัน [2] [1]

ข้อจำกัดจริงและรายละเอียดตามรุ่น/สิทธิ์ใช้งาน (Real Limitations & Version-Dependent Details) * **การปลดล็อก Codec:** การบันทึกรูปแบบ CinemaDNG และ Apple ProRes ไม่ได้เปิดใช้งานฟรีจากโรงงาน ผู้ใช้ต้องซื้อ License Key (Activation Key) แยกต่างหากเพื่อเปิดระบบ CineCore * **ความต้องการด้านสตอเรจ:** การบันทึกวิดีโอระดับ RAW และ ProRes จำเป็นต้องบันทึกลงสื่อบันทึกข้อมูลความเร็วสูง DJI CINESSD โดยที่ CINESSD ไม่สามารถทำงานลำพังได้ แต่ต้องใส่การ์ด Micro SD ควบคู่ในตัวกล้องเสมอเพื่อบันทึกข้อมูลระบบ * **ข้อจำกัดน้ำหนักบรรทุก (MTOW):** น้ำหนักตัวลำรวมแบตเตอรี่คู่ไม่รวมกล้องอยู่ที่ประมาณ 3,440 กรัม โดยจำกัดน้ำหนักขึ้นบินสูงสุด (MTOW) ไว้ที่ 4,000 กรัม ทำให้ไม่สามารถบรรทุกโหลดภายนอกเพิ่มเติมได้มากนัก * **ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ข้ามรุ่น:** ตัวกล้อง Zenmuse X4S/X5S/X7, แบตเตอรี่ TB50 และรีโมต ไม่สามารถนำไปใช้งานร่วมกับ DJI Inspire 3 รุ่นถัดไปได้ และไม่รองรับโมดูลกล้องรุ่นเก่าของ Inspire 1 เช่นกัน * **มุมตรวจจับสิ่งกีดขวาง:** ไม่ใช่ระบบ 360 องศารอบทิศทาง โดยเซนเซอร์วิชันทำงานเฉพาะทิศทางด้านหน้าและด้านล่าง ส่วนเซนเซอร์อินฟราเรดทำงานเฉพาะด้านบน [1]

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

บทความใช้ข้อมูลอ้างอิงเพื่อช่วยทำความเข้าใจรุ่นและการเตรียมขาย ไม่ใช่ผลทดสอบเครื่องจริงของผู้ขาย การรับซื้อและราคาต้องยืนยันหลังตรวจสภาพ

SHARE THIS FLIGHT

รีวิวนี้มีประโยชน์? แชร์ให้เพื่อน

ส่งต่อข้อมูลรุ่นนี้ไว้คุยกันก่อนตัดสินใจ

LINE ↗Facebook ↗X ↗WhatsApp ↗Telegram ↗

READY FOR YOUR NEXT FLIGHT?

อยากขายลำนี้ ส่งรูปมาคุยกัน

แจ้งรุ่น สภาพ อุปกรณ์ และพื้นที่ที่สะดวก เพื่อสอบถามราคาและคิวนัดรับ

LINE @buyeverything.inth ↗โทร 081-9160211