รับซื้อโดรน.com
DJI / Mavic 3 Pro

รับซื้อโดรน DJI Mavic 3 Pro วิเคราะห์สเปกระบบ 3 กล้อง และแนวทางการตีราคาตลาดมือสอง

เจาะลึกสเปก DJI Mavic 3 Pro ระบบ 3 กล้องตัวท็อป พร้อมข้อจำกัดและปัจจัยประเมินสภาพสำหรับผู้ที่ต้องการขายโดรนมือสองอย่างคุ้มค่าและถูกต้องตามข้อมูลทางการ

ภาพประกอบจำลองด้วยคอมพิวเตอร์แสดงโดรน DJI Mavic 3 Pro แบบ 3 เลนส์ ไม่ใช่ภาพสินค้าจริงสำหรับการขาย
ภาพประกอบสร้างด้วย AI ใช้สื่อบรรยากาศของบทความ ไม่ใช่ภาพสินค้าจริงหรือการยืนยันรูปลักษณ์ตรงรุ่น

DJI Mavic 3 Pro นับเป็นอากาศยานไร้คนขับระดับเรือธงที่ยกระดับคุณภาพงานถ่ายภาพทางอากาศด้วยระบบ 3 กล้องในตัวเดียว ซึ่งมอบความยืดหยุ่นในงานวิดีโอระดับมืออาชีพอย่างเห็นได้ชัด และหากคุณกำลังมองหาแหล่งรับซื้อโดรน DJI Mavic 3 Pro เพื่อส่งต่ออุปกรณ์ชิ้นนี้ การทำความเข้าใจจุดเด่นทางเทคนิคตลอดจนข้อควรตรวจสอบของตัวเครื่องจะช่วยให้ประเมินมูลค่าได้อย่างแม่นยำที่สุด

ภาพรวมและคนที่เหมาะกับรุ่นนี้

DJI Mavic 3 Pro ถูกออกแบบโครงสร้างเป็นโดรน 4 ใบพัดแบบพับเก็บได้ (Foldable Quadcopter) ตัวลำผลิตจากวัสดุสังเคราะห์เกรดวิศวกรรมสีเทาเข้ม มีน้ำหนักตัวเครื่อง 958 กรัมในรุ่นมาตรฐาน และ 963 กรัมในรุ่น Cine จุดเด่นสำคัญคือการรวมกล้อง 3 ระยะไว้ในกิมบอลแบบ 3 แกนชิ้นเดียว โดรนรุ่นนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สร้างคอนเทนต์ระดับโปรดักชัน ช่างภาพมืออาชีพ หรือทีมงานที่ต้องการความหลากหลายของมุมมองภาพทางอากาศโดยไม่ต้องบินสลับเลนส์หรือเปลี่ยนตัวลำบ่อยครั้ง ทั้งนี้ อุปกรณ์ดังกล่าวอาจไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการความกะทัดรัดระดับต่ำกว่า 250 กรัม หรือผู้ที่ต้องการความคล่องตัวสูงสุดสำหรับการเดินทางแบบสมบุกสมบันโดยไม่มีสัมภาระหนัก

จุดเด่นที่มีผลต่อการใช้งาน

  • ระบบ 3 เลนส์ครอบคลุมทุกระยะการถ่ายทำ: กล้องหลักใช้เซนเซอร์ 4/3 CMOS ความละเอียด 20 MP ระยะ 24mm รูรับแสงปรับได้ f/2.8-f/11 ถ่ายวิดีโอได้ถึง 5.1K/50fps และ 4K/120fps ผสานกับกล้อง Medium Telephoto เซนเซอร์ 1/1.3 นิ้ว CMOS ความละเอียด 48 MP ระยะ 70mm รูรับแสง f/2.8 และกล้อง Telephoto เซนเซอร์ 1/2 นิ้ว CMOS ความละเอียด 12 MP ระยะ 166mm f/3.4 ซูมไฮบริดสูงสุด 28 เท่า ช่วยให้ผู้ใช้งานสร้างมิติภาพและจัดองค์ประกอบได้หลากหลายระยะโดยไม่ต้องนำโดรนเข้าใกล้วัตถุมากเกินไป
  • โปรไฟล์สีระดับมืออาชีพและการบีบอัดขั้นสูง: กล้องทั้ง 3 ตัวรองรับโปรไฟล์สีระดับสูงอย่าง D-Log M และ HLG โดยเฉพาะกล้องหลักที่รองรับ D-Log เพื่อการเก็บไดนามิกเรนจ์และเกรดสีในงานตัดต่อ นอกจากนี้ในรุ่น Mavic 3 Pro Cine ยังรองรับการเข้ารหัส Apple ProRes 422 HQ, ProRes 422 และ ProRes 422 LT บนกล้องทุกตัว พร้อมบันทึกลงในหน่วยความจำ SSD ขนาด 1 TB ภายในเครื่องโดยตรง ช่วยลดขั้นตอนการแปลงไฟล์และคงคุณภาพงานภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  • ความปลอดภัยและระบบส่งสัญญาณบิน O3+: ตัวลำติดตั้งระบบเซนเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวางรอบทิศทาง (Omnidirectional Obstacle Sensing) แบบ Visual Sensors รอบลำตัว ทำงานร่วมกับระบบหลบหลีก APAS 5.0 พร้อมระบบส่งสัญญาณ DJI O3+ ที่ให้อัตราการรับส่งสัญญาณภาพที่เสถียรและระยะทางการบินตามมาตรฐาน FCC สูงสุดถึง 15 กิโลเมตร
  • ประสิทธิภาพเวลาการบิน: แม้ชุดกล้องจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ตัวเครื่องสามารถทำเวลาบินได้สูงสุด 43 นาทีภายใต้สภาวะทดสอบ ช่วยให้มีเวลาทำงานบนอากาศเพียงพอต่อการวางมุมกล้องและบันทึกฉากสำคัญโดยไม่ต้องคอยเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยครั้ง

ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องพิจารณา

  • น้ำหนักและข้อบังคับตามกฎหมาย: ด้วยน้ำหนัก 958 กรัม (และ 963 กรัมในรุ่น Cine) ทำให้โดรนรุ่นนี้จัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยประเภท C2 ภายใต้มาตรฐาน EASA ของยุโรป และเกินเกณฑ์ 250 กรัม ส่งผลให้ผู้ใช้งานต้องปฏิบัติตามกฎหมายการขึ้นทะเบียนผู้บังคับอากาศยานและการครอบครองอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายการบินส่วนใหญ่
  • ข้อจำกัดการทำงานของฟังก์ชันติดตามวัตถุ: กล้อง Tele ระยะ 166mm ไม่รองรับฟังก์ชัน ActiveTrack 5.0 โดยสามารถทำงานได้เฉพาะโหมด Spotlight และ Point of Interest เท่านั้น นอกจากนี้ ระบบ ActiveTrack ทั่วไปยังไม่สามารถเปิดใช้งานร่วมกับการบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดสูงกว่า 4K หรือเฟรมเรตเกิน 60fps
  • สภาพแวดล้อมในการบิน: เอกสารทางการระบุห้ามนำโดรนขึ้นบินในสภาพอากาศรุนแรง เช่น แรงลมที่เกินกว่า 12 เมตร/วินาที รวมถึงห้ามบินท่ามกลางฝนตก หิมะตก หรือในพื้นที่ที่มีหมอกจัด เพื่อป้องกันความเสียหายต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์และระบบเซนเซอร์ตรวจจับ

เปรียบเทียบกับรุ่นใกล้เคียง

รุ่นเหมาะกับใครจุดต่างที่มีข้อมูลรองรับสิ่งที่ควรพิจารณา
DJI Mavic 3 Proช่างภาพและงานโปรดักชันที่ต้องการระยะเลนส์หลากหลายระบบ 3 กล้อง (24mm, 70mm, 166mm) รุ่น Cine รองรับ Apple ProRes และ SSD 1 TBน้ำหนักเครื่อง 958-963 กรัม เวลาบินสูงสุด 43 นาที
DJI Mavic 3 Classicผู้ที่เน้นกล้องหลักคุณภาพสูงสำหรับการถ่ายทั่วไปกล้องเดี่ยว Hasselblad 4/3 CMOS 24mm ไม่มีเลนส์ซูมระยะ 70mm และ 166mmบินได้นานกว่าเล็กน้อยสูงสุด 46 นาที น้ำหนักเบากว่าที่ 895 กรัม

เลือกรุ่นไหนให้เหมาะกับงาน

การตัดสินใจเลือกระหว่าง Mavic 3 Pro และ Mavic 3 Classic ขึ้นอยู่กับลักษณะการทำงานเป็นหลัก หากลักษณะงานของคุณจำเป็นต้องใช้การซูมออปติคอลเพื่อดึงภาพระยะไกล เลี่ยงการรบกวนวัตถุ หรือต้องการมุมมองเปอร์สเปกทีฟของเลนส์ 70mm และ 166mm การลงทุนใน Mavic 3 Pro ย่อมตอบโจทย์กระบวนการทำงานภาพยนตร์มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ในทางกลับกัน หากเน้นการถ่ายทิวทัศน์มุมกว้างด้วยคุณภาพจากเซนเซอร์ 4/3 Hasselblad เป็นหลัก และต้องการเวลาบินที่ยาวนานขึ้นอีกเล็กน้อย (สูงสุด 46 นาที) พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องที่เบากว่า (895 กรัม) ซึ่งช่วยลดภาระน้ำหนักรวมในการเดินทาง Mavic 3 Classic ก็เป็นทางเลือกที่ครอบคลุมงานระดับมืออาชีพได้ครบถ้วนโดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนของโมดูล 3 เลนส์

จุดตรวจสภาพและปัจจัยประเมินราคามือสอง

สำหรับการเตรียมขายโดรนมือสอง เพื่อให้ได้ราคาประเมินที่แม่นยำและเป็นธรรม จำเป็นต้องแยกปัจจัยตรวจสอบเป็น 2 ส่วน ดังนี้

การตรวจสอบเฉพาะรุ่น DJI Mavic 3 Pro:

  • ชุดโมดูลกล้อง 3 เลนส์และกิมบอล: ตรวจสอบหน้าเลนส์ทั้ง 3 ช่อง (24mm, 70mm, 166mm) ว่าไม่มีคราบฝ้า รอยขูดขีด หรือความเสียหายทางกายภาพ กิมบอลกลไกแบบ 3 แกนต้องหมุนคาริเบรตได้ราบรื่น ไม่ติดขัดหรือส่งเสียงดังผิดปกติ
  • ตรวจสอบรุ่นย่อย: แยกแยะความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างรุ่นปกติ (พื้นที่ภายใน 8 GB) กับรุ่น Pro Cine (มี SSD ภายใน 1 TB และรองรับ Apple ProRes) ซึ่งส่งผลต่อโครงสร้างราคาในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
  • อุปกรณ์ครอบป้องกันเฉพาะรุ่น: ตรวจสอบการใช้งานของ Mavic 3 Pro Storage Cover ที่รัดครอบทั้งตัวกล้องและใบพัด ว่าตัวล็อกยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่แตกหัก

การตรวจสอบทั่วไปสำหรับโดรนมือสอง:

  • สภาพแบตเตอรี่: ตรวจสอบจำนวนรอบชาร์จ (Cycle Count) ความสมดุลของเซลล์แรงดัน และต้องไม่มีอาการบวมหรือความร้อนสะสมผิดปกติ
  • โครงสร้างตัวลำและมอเตอร์: แกนแขนพับทั้ง 4 ข้างต้องกางออกได้แน่นหนา มอเตอร์หมุนคล่องตัว และไม่มีรอยแตกร้าวจากการตกกระแทก
  • เซนเซอร์ระบบความปลอดภัย: ตรวจสอบความสะอาดของเลนส์เซนเซอร์ตรวจจับรอบทิศทาง APAS 5.0 ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง ด้านบน และด้านล่าง

เตรียมข้อมูลก่อนขาย

ก่อนนำโดรนเข้าสู่กระบวนการประเมินราคา ควรเตรียมข้อมูลและอุปกรณ์ให้พร้อมเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว:

  • สำรวจรายการอุปกรณ์: นำอุปกรณ์เสริมที่มาพร้อมชุด เช่น รีโมทคอนโทรล แบตเตอรี่ แท่นชาร์จ สายเชื่อมต่อความเร็วสูง (โดยเฉพาะสาย 10Gbps ในรุ่น Cine) และใบพัดสำรอง มาจัดเตรียมไว้ให้ครบถ้วน
  • ถอนการเชื่อมต่อบัญชี: ปลดการผูกบัญชีผู้ใช้ (Unlink Account) และปิดระบบล็อกอุปกรณ์ในแอปพลิเคชันอย่างสมบูรณ์ เพื่อให้เจ้าของใหม่สามารถลงทะเบียนใช้งานต่อได้ทันที
  • จัดการข้อมูลภายใน: ทำการสำรองข้อมูลภาพและวิดีโอออกจากตัวเครื่อง (SSD ในรุ่น Cine หรือหน่วยความจำ 8 GB ในรุ่นปกติ) จากนั้นสั่งฟอร์แมตข้อมูลให้พร้อมต่อการทดสอบเครื่อง

คำถามที่พบบ่อย

โดรน DJI Mavic 3 Pro รุ่นปกติ ต่างจากรุ่น Pro Cine อย่างไร?

รุ่นปกติมีหน่วยความจำภายใน 8 GB บันทึกไฟล์ผ่าน MicroSD ไม่รองรับ Apple ProRes และหนัก 958 กรัม ส่วนรุ่น Cine ติดตั้ง SSD 1 TB มาในตัว รองรับการเข้ารหัส Apple ProRes 422 HQ, ProRes 422 และ ProRes 422 LT บนกล้องทั้ง 3 ตัว มีน้ำหนัก 963 กรัม และแถมสายเชื่อมต่อความเร็วสูง 10Gbps มาให้ในชุด

กล้องระยะ 166mm สามารถใช้งาน ActiveTrack ได้หรือไม่?

จากการระบุทางเทคนิคของผู้ผลิต กล้อง Telephoto ระยะ 166mm ไม่รองรับฟังก์ชัน ActiveTrack 5.0 แต่จะสามารถใช้งานในโหมดติดตามเฉพาะจุดอย่าง Spotlight และ Point of Interest (POI) ได้ตามระบบที่ซอฟต์แวร์กำหนด

ปัจจัยใดในการบินที่ผู้ผลิตแนะนำให้หลีกเลี่ยงเป็นพิเศษ?

ผู้ผลิตกำหนดข้อจำกัดห้ามบินในสภาวะที่มีแรงลมมากกว่า 12 เมตรต่อวินาที และห้ามใช้งานท่ามกลางสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง เช่น ขณะฝนตก มีหิมะ หรือในบริเวณที่มีหมอกจัด เพื่อความปลอดภัยของระบบมอเตอร์และเซนเซอร์การบิน

ข้อมูลประกอบจาก Google Search

ดูข้อมูลผู้ผลิตที่ใช้ประกอบบทความ

**การตรวจสอบโมเดล:** ผ่านการตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ผู้ผลิตทางการ (dji.com) [1] [2]

โครงสร้างและรูปทรงภายนอกที่สังเกตได้ (Visible Construction) * **โครงสร้างตัวลำ (Airframe):** ตัวลำทำจากพลาสติกและวัสดุสังเคราะห์เกรดวิศวกรรม โทนสีเทาเข้ม (Dark Gray) เป็นทรงพับเก็บได้ 4 แกนแขน (Foldable Quadcopter) [2] [3]

โครงสร้างและรูปทรงภายนอกที่สังเกตได้ (Visible Construction) * **โครงสร้างตัวลำ (Airframe):** ตัวลำทำจากพลาสติกและวัสดุสังเคราะห์เกรดวิศวกรรม โทนสีเทาเข้ม (Dark Gray) เป็นทรงพับเก็บได้ 4 แกนแขน (Foldable Quadcopter) * **จำนวนใบพัด/มอเตอร์ (Rotor Count):** มอเตอร์ 4 ตัว ทำงานร่วมกับใบพัดพับได้แบบปลดไว รุ่นลดเสียงรบกวน (DJI Mavic 3 Series Low-Noise Propellers) หน้า 2 ชุด หลัง 2 ชุด [4]

โครงสร้างและรูปทรงภายนอกที่สังเกตได้ (Visible Construction) * **โครงสร้างตัวลำ (Airframe):** ตัวลำทำจากพลาสติกและวัสดุสังเคราะห์เกรดวิศวกรรม โทนสีเทาเข้ม (Dark Gray) เป็นทรงพับเก็บได้ 4 แกนแขน (Foldable Quadcopter) * **จำนวนใบพัด/มอเตอร์ (Rotor Count):** มอเตอร์ 4 ตัว ทำงานร่วมกับใบพัดพับได้แบบปลดไว รุ่นลดเสียงรบกวน (DJI Mavic 3 Series Low-Noise Propellers) หน้า 2 ชุด หลัง 2 ชุด * **ตำแหน่งกล้องและกิมบอล (Camera/Gimbal Placement):** ติดตั้งโมดูลกล้อง 3 เลนส์รวมอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่โมดูลเดียว ใต้ส่วนหน้าของลำตัวเครื่อง ควบคุมการทรงตัวด้วยกิมบอลกลไกแบบ 3 แกน (Tilt, Roll, Pan) [2] [5]

โครงสร้างและรูปทรงภายนอกที่สังเกตได้ (Visible Construction) * **โครงสร้างตัวลำ (Airframe):** ตัวลำทำจากพลาสติกและวัสดุสังเคราะห์เกรดวิศวกรรม โทนสีเทาเข้ม (Dark Gray) เป็นทรงพับเก็บได้ 4 แกนแขน (Foldable Quadcopter) * **จำนวนใบพัด/มอเตอร์ (Rotor Count):** มอเตอร์ 4 ตัว ทำงานร่วมกับใบพัดพับได้แบบปลดไว รุ่นลดเสียงรบกวน (DJI Mavic 3 Series Low-Noise Propellers) หน้า 2 ชุด หลัง 2 ชุด * **ตำแหน่งกล้องและกิมบอล (Camera/Gimbal Placement):** ติดตั้งโมดูลกล้อง 3 เลนส์รวมอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่โมดูลเดียว ใต้ส่วนหน้าของลำตัวเครื่อง ควบคุมการทรงตัวด้วยกิมบอลกลไกแบบ 3 แกน (Tilt, Roll, Pan) * **อุปกรณ์ครอบป้องกัน (Guards/Covers):** ตัวกล่องมาตรฐานมีอุปกรณ์ครอบป้องกันกิมบอลและรัดใบพัดแบบครอบตัวกล้อง (Mavic 3 Pro Storage Cover) โดยไม่มีการ์ดครอบใบพัด (Propeller Guard) ติดตั้งมาถาวร [4]

เซนเซอร์ 4/3 CMOS ความละเอียด 20 MP เลนส์ระยะเทียบเท่า 24mm รูรับแสงปรับได้ f/2.8–f/11 ถ่ายวิดีโอสูงสุด 5.1K/50fps และ 4K/120fps รองรับ D-Log, D-Log M, HLG [1] [6]

เซนเซอร์ 1/1.3″ CMOS ความละเอียด 48 MP เลนส์ระยะเทียบเท่า 70mm รูรับแสง f/2.8 รองรับการบันทึก 4K/60fps และโปรไฟล์สี D-Log M/HLG [1] [6]

เซนเซอร์ 1/2″ CMOS ความละเอียด 12 MP เลนส์ระยะเทียบเท่า 166mm รูรับแสง f/3.4 ซูมไฮบริดสูงสุด 28 เท่า รองรับการบันทึก 4K/60fps [1] [6]

(มาตรฐาน FCC) [2] [7] [4]

(มาตรฐาน FCC) * **ระบบตรวจจับสิ่งกีดขวาง:** ระบบเซนเซอร์ตรวจจับรอบทิศทาง (Omnidirectional Obstacle Sensing) แบบ Visual Sensors รอบทิศทาง ทำงานร่วมกับระบบหลบหลีก APAS 5.0 [2] [4]

รายละเอียดแยกตามรุ่นย่อยและข้อจำกัดจากการใช้งานจริง (Version Differences & Limitations) * **ความแตกต่างระหว่างรุ่น Pro ธรรมดา กับ Pro Cine:** * *DJI Mavic 3 Pro (รุ่นปกติ):* พื้นที่จัดเก็บภายในตัวเครื่อง 8 GB (รองรับ MicroSD) ไม่รองรับรหัสบีบอัด Apple ProRes น้ำหนักเครื่อง 958 กรัม [1] [6]

มาพร้อม SSD ความจุ 1 TB ในตัว (พื้นที่ใช้งานได้จริงประมาณ 934.8 GB) รองรับการเข้ารหัส Apple ProRes 422 HQ, ProRes 422 และ ProRes 422 LT บนกล้องทั้ง 3 ตัว และแถมสายส่งข้อมูลความเร็วสูง 10Gbps Lightspeed น้ำหนักเครื่อง 963 กรัม * **ข้อจำกัดทางเทคนิค:** * กล้อง Tele ระยะ 166mm ไม่รองรับฟังก์ชัน ActiveTrack 5.0 (รองรับเฉพาะโหมด Spotlight และ Point of Interest) * โหมด ActiveTrack ทั่วไปไม่สามารถเปิดใช้งานได้ที่ความละเอียดวิดีโอสูงกว่า 4K หรือเฟรมเรตเกิน 60fps [4]

มาพร้อม SSD ความจุ 1 TB ในตัว (พื้นที่ใช้งานได้จริงประมาณ 934.8 GB) รองรับการเข้ารหัส Apple ProRes 422 HQ, ProRes 422 และ ProRes 422 LT บนกล้องทั้ง 3 ตัว และแถมสายส่งข้อมูลความเร็วสูง 10Gbps Lightspeed น้ำหนักเครื่อง 963 กรัม * **ข้อจำกัดทางเทคนิค:** * กล้อง Tele ระยะ 166mm ไม่รองรับฟังก์ชัน ActiveTrack 5.0 (รองรับเฉพาะโหมด Spotlight และ Point of Interest) * โหมด ActiveTrack ทั่วไปไม่สามารถเปิดใช้งานได้ที่ความละเอียดวิดีโอสูงกว่า 4K หรือเฟรมเรตเกิน 60fps * ห้ามใช้งานในสภาพอากาศรุนแรง เช่น แรงลมเกิน 12 ม./วินาที ฝนตก หิมะตก หรือมีหมอกจัด [7]

มาพร้อม SSD ความจุ 1 TB ในตัว (พื้นที่ใช้งานได้จริงประมาณ 934.8 GB) รองรับการเข้ารหัส Apple ProRes 422 HQ, ProRes 422 และ ProRes 422 LT บนกล้องทั้ง 3 ตัว และแถมสายส่งข้อมูลความเร็วสูง 10Gbps Lightspeed น้ำหนักเครื่อง 963 กรัม * **ข้อจำกัดทางเทคนิค:** * กล้อง Tele ระยะ 166mm ไม่รองรับฟังก์ชัน ActiveTrack 5.0 (รองรับเฉพาะโหมด Spotlight และ Point of Interest) * โหมด ActiveTrack ทั่วไปไม่สามารถเปิดใช้งานได้ที่ความละเอียดวิดีโอสูงกว่า 4K หรือเฟรมเรตเกิน 60fps * ห้ามใช้งานในสภาพอากาศรุนแรง เช่น แรงลมเกิน 12 ม./วินาที ฝนตก หิมะตก หรือมีหมอกจัด * น้ำหนักเกิน 250 กรัม (958 กรัม / 963 กรัม) ตกอยู่ในเกณฑ์ควบคุมประเภท C2 ตามมาตรฐาน EASA ของยุโรป และต้องลงทะเบียนตามกฎหมายการบินส่วนใหญ่ [1]

*แหล่งอ้างอิงทางการ:* - DJI Mavic 3 Pro Specs: https://www.dji.com/mavic-3-pro/specs [1]

*แหล่งอ้างอิงทางการ:* - DJI Mavic 3 Pro Specs: https://www.dji.com/mavic-3-pro/specs - DJI Mavic 3 Pro Product Page: https://www.dji.com/th/mavic-3-pro [2]

*แหล่งอ้างอิงทางการ:* - DJI Mavic 3 Pro Specs: https://www.dji.com/mavic-3-pro/specs - DJI Mavic 3 Pro Product Page: https://www.dji.com/th/mavic-3-pro - DJI Mavic 3 Pro FAQ / Support: https://www.dji.com/th/support/product/mavic-3-pro [6]

#### รุ่นทางเลือกที่ 1 (แบรนด์เดียวกัน): DJI Mavic 3 Classic ตรวจสอบจาก `dji.com` [3]

#### รุ่นทางเลือกที่ 1 (แบรนด์เดียวกัน): DJI Mavic 3 Classic ตรวจสอบจาก `dji.com` * **Camera Workflow:** ติดตั้งกล้องเดี่ยว Hasselblad 4/3 CMOS (24mm, f/2.8–f/11, 20 MP) บันทึกสูงสุด 5.1K/50fps และ 4K/120fps รองรับ D-Log, HLG ไม่มีกล้อง Tele 70mm และ 166mm และไม่มีรุ่นย่อยที่รองรับ Apple ProRes * **Portability:** น้ำหนักตัวลำ 895 กรัม (เบากว่า Mavic 3 Pro ราว 63 กรัม) โครงสร้างพับเก็บได้คล้ายคลึงกัน พกพาสะดวกกว่าเล็กน้อยเมื่อคำนวณน้ำหนักรวมสัมภาระ [3]

เช่นเดียวกัน * **Ownership / Regulations:** อยู่ในเกณฑ์คลาสมาตรฐานที่เบากว่าเล็กน้อย (895 กรัม) แต่ยังคงเกินเกณฑ์ 250 กรัม ต้องขึ้นทะเบียนผู้ครอบครองและขออนุญาตใช้งานคล้ายคลึงกัน [3]

| มิติการเปรียบเทียบ | DJI Mavic 3 Pro (Primary) [1] [2]

| มิติการเปรียบเทียบ | DJI Mavic 3 Pro (Primary) | DJI Mavic 3 Classic [3]

Camera Workflow** | ระบบ 3 กล้อง (4/3 Hasselblad 24mm + 1/1.3" 70mm + 1/2" 166mm) บันทึก 5.1K/50fps และ 4K/120fps (รุ่น Cine รองรับ Apple ProRes 422 HQ) [2] [1] [6]

Camera Workflow** | ระบบ 3 กล้อง (4/3 Hasselblad 24mm + 1/1.3" 70mm + 1/2" 166mm) บันทึก 5.1K/50fps และ 4K/120fps (รุ่น Cine รองรับ Apple ProRes 422 HQ) | กล้องเดี่ยว 4/3 Hasselblad 24mm บันทึก 5.1K/50fps และ 4K/120fps ไม่รองรับ ProRes และไม่มีเลนส์ซูมออปติคัล [3]

Portability** | น้ำหนัก 958 กรัม (Pro) / 963 กรัม (Pro Cine) แขนพับ 4 ทิศทาง พกพาสะดวกในกระเป๋าสะพายขนาดกลาง [1] [4]

Portability** | น้ำหนัก 958 กรัม (Pro) / 963 กรัม (Pro Cine) แขนพับ 4 ทิศทาง พกพาสะดวกในกระเป๋าสะพายขนาดกลาง | น้ำหนัก 895 กรัม บอดี้พับได้ มีขนาดและรูปทรงคล้ายกันแต่น้ำหนักเบากว่าชุดกล้อง 3 ตัว [3]

Flight & Safety** | บินสูงสุด 43 นาที, เซนเซอร์หลบหลีกรอบทิศทาง APAS 5.0, ระบบ O3+ ไกลสุด 15 กม. [2] [4]

| บินสูงสุด 46 นาที (นานที่สุด), เซนเซอร์รอบทิศทาง APAS 5.0, ระบบ O3+ ไกลสุด 15 กม. [3]

Ownership / Inspection** | คลาส C2 (น้ำหนักเกิน 900 กรัม), มีระบบ DJI GEO System ควบคุมโซนห้ามบิน, รุ่น Cine ต้องใช้เครื่องมือจัดการไฟล์ ProRes | น้ำหนัก < 900 กรัม (895 กรัม), จัดการไฟล์ง่ายผ่าน MicroSD ทั่วไป, มีระบบ DJI GEO System [3]

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

บทความใช้ข้อมูลอ้างอิงเพื่อช่วยทำความเข้าใจรุ่นและการเตรียมขาย ไม่ใช่ผลทดสอบเครื่องจริงของผู้ขาย การรับซื้อและราคาต้องยืนยันหลังตรวจสภาพ

SHARE THIS FLIGHT

รีวิวนี้มีประโยชน์? แชร์ให้เพื่อน

ส่งต่อข้อมูลรุ่นนี้ไว้คุยกันก่อนตัดสินใจ

LINE ↗Facebook ↗X ↗WhatsApp ↗Telegram ↗

READY FOR YOUR NEXT FLIGHT?

อยากขายลำนี้ ส่งรูปมาคุยกัน

แจ้งรุ่น สภาพ อุปกรณ์ และพื้นที่ที่สะดวก เพื่อสอบถามราคาและคิวนัดรับ

LINE @buyeverything.inth ↗โทร 081-9160211