เจาะลึกรีวิวและแนวทางรับซื้อโดรน XAG (โดรนการเกษตร) V50 ข้อมูลสเปกและการประเมินราคา
บทวิเคราะห์สเปก XAG (โดรนการเกษตร) V50 โครงสร้างปีกเอียงสองใบพัด ระบบพ่น RevoSpray 2 และหว่าน RevoCast 3 พร้อมจุดตรวจสภาพและปัจจัยประเมินราคาสำหรับตลาดมือสองอย่างแม่นยำ

XAG V50 เป็นอากาศยานไร้คนขับเพื่อการเกษตรที่ฉีกแนวทางการออกแบบด้วยระบบปีกเอียงสองใบพัด (Dual Tilt-Wing) ซึ่งเน้นความคล่องตัวและการทำงานด้วยผู้ปฏิบัติงานเพียงคนเดียวอย่างแท้จริง สำหรับผู้ใช้งานที่กำลังตัดสินใจลงทุนหรือมองหาช่องทางส่งต่อเครื่องจักรในตลาดมือสอง บริการรับซื้อโดรน XAG (โดรนการเกษตร) V50 จะพิจารณาจากสภาพความสมบูรณ์ของระบบกลไกเอียงปีก ระบบโมดูลาร์ถอดเปลี่ยนเร็ว และประวัติการทำงานของอุปกรณ์เป็นหัวใจสำคัญ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงตามขีดความสามารถทางวิศวกรรมของตัวเครื่อง
ภาพรวมและคนที่เหมาะกับรุ่นนี้
XAG V50 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เกษตรกรหรือผู้รับจ้างพ่นยาที่เน้นการทำงานคล่องตัวแบบผู้ปฏิบัติงานเดี่ยว (Single-operator) โครงสร้างตัวลำใช้นวัตกรรมแบบปีกเอียงสองใบพัดพับได้ (Foldable Twin-Rotor / Dual Tilt-Wing Structure) โดยใช้ใบพัดขนาดใหญ่รุ่น P4718 ขนาด 47 × 18 นิ้วเพียงสองชุด แตกต่างจากโดรนเกษตรแบบสี่หรือหกใบพัดทั่วไป การออกแบบนี้ทำให้น้ำหนักตัวเปล่ารวมแบตเตอรี่อยู่ที่ 24.6 กิโลกรัม (เมื่อไม่รวมระบบงาน) และเมื่อพับเก็บจะมีมิติเพียง 1,058 × 525 × 489 มิลลิเมตร ทำให้สามารถยกขึ้นท้ายรถกระบะหรือรถยนต์อเนกประสงค์ได้ด้วยคนคนเดียว
กลุ่มผู้ใช้ที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับ V50 คือผู้ดูแลแปลงเกษตรขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่มีพื้นที่จำกัด มีแปลงกระจัดกระจาย หรือมีเส้นทางเข้าแปลงที่แคบจนไม่สะดวกขนย้ายอุปกรณ์ขนาดใหญ่ รวมถึงผู้ที่ต้องการความคล่องตัวในการสลับบทบาทระหว่างการฉีดพ่นสารเคมีเหลวและการหว่านปุ๋ยเม็ด เนื่องจากระบบของ V50 รองรับน้ำหนักบรรทุกพิกัดที่ 20 กิโลกรัม โดยมีความจุถังพ่นของเหลว 20 ลิตร และถังหว่านเม็ดขนาด 25 ลิตร (รองรับน้ำหนักปุ๋ย 16 กิโลกรัม)
จุดเด่นที่มีผลต่อการใช้งาน
จุดเด่นข้อแรกคือ โครงสร้างปีกเอียงแบบ Twin-Rotor ร่วมกับใบพัดขนาดใหญ่ 47 นิ้ว การใช้ใบพัดคู่ขนาดใหญ่ทำให้เกิดกระแสลมกดลงด้านล่าง (Downwash) ที่มีความเข้มข้นและทรงพลัง กระแสลมนี้ช่วยกดละอองสารเคมีให้แทรกซึมลงสู่ใต้ใบพืชและทรงพุ่มได้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ก้านแขนมอเตอร์ผลิตจากวัสดุคอมโพสิตใยแก้วผสมคาร์บอนไฟเบอร์ (Glass & carbon fiber composite) จึงให้ทั้งความแข็งแกร่ง ทนทานต่อแรงบิด และช่วยลดน้ำหนักโครงสร้างลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเด่นข้อที่สองคือ ระบบโมดูลาร์ถอดเปลี่ยนเร็ว (Quick-swap Platform) ตัวโครงสร้างหลักสามารถแยกส่วนระหว่างโครงสร้างการบิน (Flying Platform) และระบบภารกิจ (Task Systems) ได้ในเวลาอันรวดเร็วโดยใช้ตัวล็อกนิรภัยคู่ (Dual safety locks) และขั้วต่อแบบปลั๊กสามชั้นที่มีคุณสมบัติกันน้ำและกันฝุ่น ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับการทำงานระหว่างระบบพ่น XAG RevoSpray 2 และระบบหว่าน XAG RevoCast 3 ได้โดยตรงโดยไม่ต้องรื้อสายไฟหรือถอดรื้อชิ้นส่วนโครงสร้างหลัก ช่วยลดระยะเวลาหยุดพักเครื่องในแปลงงาน
จุดเด่นข้อที่สามคือ ระบบการพ่นและหว่านที่มีความละเอียดสูง ระบบ RevoSpray 2 มาพร้อมหัวพ่นจานเหวี่ยงแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง (Rotary Atomizing Nozzle) จำนวน 2 หัว สามารถปรับรอบการหมุนได้ตั้งแต่ 1,000 ถึง 16,000 รอบต่อนาที ทำให้กำหนดขนาดละอองน้ำได้แม่นยำระหว่าง 60 ถึง 400 ไมครอน ขับเคลื่อนด้วยปั๊มรีดท่อความถี่สูง (Peristaltic Pump) 2 ตัว ให้อัตราการไหลรวมสูงสุด 12 ลิตรต่อนาที ให้ระยะพ่นกว้าง 5 ถึง 8 เมตร ขณะที่ระบบหว่าน RevoCast 3 ใช้ระบบป้อนเม็ดแบบสกรูคู่ (Smart Screw Feeder) รองรับขนาดเม็ด 1 ถึง 6 มิลลิเมตร ทำงานร่วมกับจานหว่านคู่แนวดิ่งหมุนได้สูงสุด 800 รอบต่อนาที สามารถกระจายปุ๋ยยูเรียได้สูงสุดถึง 110 กิโลกรัมต่อนาที
จุดเด่นข้อที่สี่คือ ระบบการตรวจจับและทำแผนที่ในตัว V50 ติดตั้งโมดูลกล้อง RealTerra 2 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลพร้อมชัตเตอร์กลไก สามารถบินสำรวจและประมวลผลแผนที่แปลงแบบออฟไลน์ได้ในตัว สูงสุด 13 เฮกตาร์ต่อเที่ยวบิน ทำงานร่วมกับระบบควบคุมการบิน SuperX 4 Pro และเรดาร์ตรวจจับภาพ 4D Imaging Radar (RD24412) ความถี่ 24 GHz ที่มีระยะตรวจจับ 1.5 ถึง 40 เมตร และเรดาร์จำลองภูมิประเทศ TR24S100 ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและแม่นยำในการบินระดับต่ำ
ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องพิจารณา
แม้ว่าตัวลำจะสามารถทำความเร็วบินสูงสุดได้ถึง 12 เมตรต่อวินาที แต่จากข้อมูลทางเทคนิคของผู้ผลิตระบุว่า ระบบเรดาร์ 4D กำหนดเงื่อนไขการหลบหลีกสิ่งกีดขวางอย่างปลอดภัยไว้ที่ความเร็วบินสัมพัทธ์ไม่เกิน 8 เมตรต่อวินาทีเท่านั้น และระดับความสูงในการทำงานตรวจจับต้องไม่ต่ำกว่า 1.5 เมตรจากพื้นผิว ดังนั้น หากบินทำงานด้วยความเร็วสูงสุด การตอบสนองต่อสิ่งกีดขวางแบบอัตโนมัติอาจมีข้อจำกัดด้านระยะความปลอดภัย ผู้ควบคุมจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในพื้นที่ที่มีเสาไฟหรือกิ่งไม้รก
ข้อจำกัดถัดมาคือ ขนาดบรรทุกที่จำกัดอยู่ที่ 20 กิโลกรัมสำหรับงานพ่นของเหลว และ 16 กิโลกรัมสำหรับงานหว่านเม็ด (ความจุถัง 25 ลิตร) ซึ่งแม้จะเพียงพอและคล่องตัวสูงสำหรับแปลงขนาดเล็กถึงปานกลาง แต่สำหรับผู้รับจ้างที่เน้นเปิดแปลงขนาดใหญ่หลายร้อยไร่ต่อวัน ความจุระดับนี้อาจทำให้ต้องนำเครื่องกลับมาเติมสารเคมีหรือปุ๋ยบ่อยครั้ง ส่งผลต่อเวลาบินโดยรวมและประสิทธิภาพเชิงเวลาเมื่อเทียบกับโดรนพิกัดบรรทุกหนักรุ่นใหญ่
นอกจากนี้ ในแง่ของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ มีข้อมูลอย่างเป็นทางการจากผู้ผลิตว่า ในช่วงกันยายน 2025 ได้มีการประกาศระงับการจัดจำหน่ายในตลาดสากลสำหรับ XAG V50 ร่วมกับรุ่นในเจเนอเรชันเดียวกันตามรอบการพัฒนาเทคโนโลยี ทำให้ผู้ซื้อหรือผู้ถือครองต้องตระหนักถึงการวางแผนจัดหาอะไหล่สิ้นเปลืองและการดูแลรักษาในระยะยาว
เปรียบเทียบกับรุ่นใกล้เคียง
เนื่องจากข้อมูลทางเทคนิคที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากผู้ผลิตมุ่งเน้นไปที่สเปกเฉพาะของ XAG V50 โดยตรง และไม่มีชุดข้อมูลเปรียบเทียบมาตรฐานของรุ่นคู่แข่งจากแบรนด์อื่นที่ยืนยันอย่างเป็นทางการในเอกสารชุดนี้ จึงไม่สามารถจัดทำตารางเปรียบเทียบเชิงลึกข้ามรุ่นได้อย่างสมบูรณ์โดยปราศจากการคาดเดา อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้สามารถใช้เกณฑ์การพิจารณาตัดสินใจจากข้อมูลที่ยืนยันแล้วดังต่อไปนี้
- สถาปัตยกรรมโครงสร้าง: หากต้องการความกะทัดรัด ขนย้ายง่าย และการกดละอองสารเคมีด้วยใบพัดคู่ขนาด 47 นิ้ว V50 เป็นตัวเลือกเฉพาะตัว แต่หากแปลงงานต้องการความเสถียรในลมกระโชกแรงระดับสูง โครงสร้างแบบหลายใบพัด (Multirotor) ดั้งเดิมอาจให้พฤติกรรมการตอบสนองที่แตกต่างออกไป
- ประเภทภารกิจและความคล่องตัว: V50 มีความโดดเด่นด้วยการรองรับระบบแยกส่วนแบบสลับถังพ่นและถังหว่านได้ทันทีผ่านกลไก Snap & Lock หากผู้ใช้งานทำงานแบบผสมผสานทั้งฉีดฮอร์โมนและหว่านปุ๋ยในแปลงขนาดเล็ก การสลับระบบที่รวดเร็วนี้ถือเป็นปัจจัยความคุ้มค่าที่ชัดเจน
- สภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน: ด้วยมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IPX6K ทำให้ V50 รองรับการล้างทำความสะอาดคราบสารเคมีด้วยน้ำได้โดยตรง เหมาะสำหรับฟาร์มที่ต้องการการบำรุงรักษาที่สะดวกรวดเร็วหลังเสร็จสิ้นภารกิจประจำวัน
เลือกรุ่นไหนให้เหมาะกับงาน
การตัดสินใจเลือกใช้หรือเปลี่ยนผ่านจาก XAG V50 ควรอิงตามเงื่อนไขการทำงานจริงเป็นหลัก หากงานส่วนใหญ่เป็นแปลงนา แปลงผัก หรือพืชไร่ที่มีขนาดไม่เกิน 30-50 ไร่ต่อวัน และต้องเดินทางปฏิบัติงานคนเดียว การใช้ V50 จะช่วยประหยัดแรงงานและต้นทุนด้านยานพาหนะขนส่งได้อย่างมาก มิติการพับเก็บที่กะทัดรัดช่วยให้การจัดการหลังเลิกงานทำได้ง่าย
ในทางกลับกัน หากเน้นการรับจ้างแปลงใหญ่ระดับหลายสิบไร่ต่อเที่ยวบิน หรือการให้ปุ๋ยในปริมาณความหนาแน่นสูงต่อไร่ การใช้เครื่องที่มีความจุ 20 ลิตร อาจทำให้รอบการบินและการชาร์จแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ใช้งานในกลุ่มนี้จึงอาจต้องมองหาแพลตฟอร์มที่มีขนาดบรรทุกใหญ่ขึ้นเพื่อลดจำนวนรอบบินลง
สำหรับผู้ที่มีเครื่องรุ่นนี้อยู่ในครอบครองและงานเริ่มขยายสเกลเกินขีดความสามารถของถัง 20 ลิตร การวางแผนเปลี่ยนเครื่องและนำเข้าสู่กระบวนการขายโดรนมือสองถือเป็นจังหวะที่เหมาะสม เพื่อนำมูลค่าของตัวเครื่องมาหมุนเวียนปรับใช้กับเครื่องมือที่สอดคล้องกับขนาดแปลงงานที่เติบโตขึ้น
จุดตรวจสภาพและปัจจัยประเมินราคามือสอง
ในการประเมินราคาเมื่อนำเครื่องเข้าสู่กระบวนการรับซื้อ มีจุดตรวจสอบสำคัญที่แบ่งออกเป็นจุดตรวจเฉพาะของรุ่น V50 และจุดตรวจสภาพทั่วไปของอากาศยานไร้คนขับดังนี้
จุดตรวจเฉพาะรุ่น XAG V50:
- กลไกปีกเอียง (Tilt Mechanism) และชุดขับเซอร์โว: เนื่องจาก V50 ควบคุมการบินผ่านการปรับมุมเอียงของใบพัดทั้งสองข้าง กลไกข้อต่อและเฟืองปรับมุมเอียงจะต้องไม่มีระยะคลอนที่มากเกินไป ไม่ติดขัด และมอเตอร์ปรับมุมต้องตอบสนองได้อย่างแม่นยำ
- โครงสร้างก้านแขนและจุดพับ: ตรวจสอบวัสดุคอมโพสิตใยแก้วและคาร์บอนไฟเบอร์ว่ามีรอยร้าว การแยกชั้นของเนื้อวัสดุ หรือการแตกหักบริเวณจุดหมุนพับก้านแขนหรือไม่
- กลไกล็อกและปลั๊กเชื่อมต่อระบบโมดูลาร์: ตรวจสอบความสมบูรณ์ของตัวล็อกนิรภัยคู่ (Dual safety locks) และปลั๊กสามชั้นกันน้ำว่าซีลยางยังมีความยืดหยุ่น ขั้วต่อไฟฟ้าไม่มีคราบขี้เกลือหรือคราบสารเคมีกัดกร่อน
- อุปกรณ์ระบบพ่น RevoSpray 2: ตรวจสอบความสมบูรณ์ของหัวพ่นเหวี่ยง Rotary Atomizing Nozzle ว่าหมุนได้เรียบเนียน ไม่แกว่ง และท่อยางของปั๊มรีดท่อ (Peristaltic Pump) ไม่แห้งกรอบหรือแตกหัก
- อุปกรณ์ระบบหว่าน RevoCast 3: ตรวจสอบสภาพสกรูป้อนเม็ด (Smart Screw Feeder) และจานหว่านแนวตั้งว่าไม่มีเศษปุ๋ยตกค้างจนแข็งตัวติดขัด หรือเกิดการสึกหรอของใบจานหว่าน
- เซนเซอร์และกล้อง: หน้าเลนส์กล้อง RealTerra 2 ต้องใส ไม่มีรอยขีดข่วน ชัตเตอร์กลไกทำงานปกติ และฝาครอบเรดาร์ 4D (RD24412) ต้องไม่แตกร้าวหรือมีรอยกระแทก
จุดตรวจทั่วไปของโดรนการเกษตร:
- สภาพแบตเตอรี่: ตรวจสอบจำนวนรอบการชาร์จ (Cycle Count) ความสมดุลของแรงดันแต่ละเซลล์ และสังเกตว่าตัวบอดี้แบตเตอรี่มีอาการบวม รอยไหม้ หรือรอยบุบจากการตกกระแทกหรือไม่
- รีโมทคอนโทรลและระบบส่งสัญญาณ: สภาพปุ่มกด ก้านโยก หน้าจอ และขั้วต่อเสาสัญญาณ RTK ต้องพร้อมใช้งานและสามารถจับคู่สัญญาณได้อย่างเสถียร
เตรียมข้อมูลก่อนขาย
เพื่อให้การประเมินราคาเป็นไปอย่างรวดเร็วและได้มูลค่าที่เหมาะสมตามสภาพ ผู้ขายควรเตรียมข้อมูลและอุปกรณ์ให้ครบถ้วนก่อนส่งประเมิน ดังนี้
- ประวัติและสถานะการใช้งาน: บันทึกชั่วโมงบิน พื้นที่การทำงานสะสม และประวัติการซ่อมบำรุงหรือการเปลี่ยนชิ้นส่วนสำคัญ
- รายการอุปกรณ์ที่นำมาควบรวม: ระบุความชัดเจนว่ามีระบบใดบ้าง เช่น มีทั้งระบบพ่น RevoSpray 2 และระบบหว่าน RevoCast 3 ครบชุดหรือไม่ มีชุดกล้อง RealTerra 2 หรือไม่
- ข้อมูลแบตเตอรี่และแท่นชาร์จ: จำนวนก้อนแบตเตอรี่ที่ต้องการส่งต่อ ระบุรอบการชาร์จของแต่ละก้อน และอุปกรณ์สถานีชาร์จหรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้ร่วมกัน
- การทำความสะอาดตัวเครื่อง: ควรล้างทำความสะอาดคราบปุ๋ยและสารเคมีออกจากตัวถัง ปั๊ม หัวพ่น และจานหว่านให้เรียบร้อย ซึ่งมาตรฐาน IPX6K ของตัวลำช่วยให้ทำความสะอาดได้สะดวก การดูแลความสะอาดที่ดีจะช่วยให้การตรวจเช็กสภาพภายนอกทำได้อย่างแม่นยำและสร้างความมั่นใจในการประเมินราคา
คำถามที่พบบ่อย
ระบบพ่นและระบบหว่านของ XAG V50 สามารถติดตั้งและทำงานพร้อมกันได้หรือไม่
ไม่ได้ ระบบของ XAG V50 ถูกออกแบบโครงสร้างภารกิจเป็นแบบโมดูลาร์แยกส่วน (Separable design) เพื่อให้เลือกติดตั้งระหว่างระบบพ่นของเหลว RevoSpray 2 ขนาด 20 ลิตร หรือระบบหว่านเม็ด RevoCast 3 ขนาด 25 ลิตร อย่างใดอย่างหนึ่งในแต่ละเที่ยวบิน โดยสามารถสลับเปลี่ยนชุดอุปกรณ์ได้สะดวกรวดเร็วผ่านตัวล็อกนิรภัยคู่และขั้วต่อแบบปลั๊กสามชั้น
ระบบเรดาร์ 4D ของ V50 สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ที่ความเร็วสูงสุดของเครื่องหรือไม่
ไม่ได้ แม้ว่า XAG V50 จะมีความเร็วบินสูงสุดในโหมดปกติอยู่ที่ 12 เมตรต่อวินาที แต่ข้อกำหนดทางเทคนิคของผู้ผลิตระบุชัดเจนว่า ระบบเรดาร์ 4D Imaging Radar (RD24412) จะทำการหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างปลอดภัยเมื่อความเร็วบินสัมพัทธ์ไม่เกิน 8 เมตรต่อวินาที และตัวลำต้องรักษาระดับความสูงไม่ต่ำกว่า 1.5 เมตรจากพื้นผิว
กล้อง RealTerra 2 ที่ติดตั้งกับ V50 มีความจำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในการทำแผนที่แปลงหรือไม่
โมดูล RealTerra 2 ซึ่งมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซลพร้อมชัตเตอร์กลไก ถูกออกแบบมาให้สามารถบินสำรวจและประมวลผลแผนที่แปลงแบบออฟไลน์ได้โดยตรงในตัวลำ สามารถรองรับการทำแผนที่ได้สูงสุด 13 เฮกตาร์ต่อการบินหนึ่งเที่ยวบิน ช่วยให้การบินสำรวจและวางเส้นทางทำงานในพื้นที่ห่างไกลสัญญาณอินเทอร์เน็ตทำได้อย่างต่อเนื่อง
รีวิว และบริการรับซื้อโดรน
หากคุณกำลังเตรียมขาย XAG (โดรนการเกษตร) V50 ดูรายละเอียดบริการ รับซื้อโดรน และขั้นตอน รับซื้อ Drone เพื่อเตรียมรูปตัวเครื่อง ข้อมูลสภาพ และรายการอุปกรณ์ก่อนสอบถามการประเมินราคา
ราคาและเงื่อนไขรับซื้อต้องยืนยันตามสภาพเครื่องและการตรวจจริงข้อมูลประกอบจาก Google Search
ดูข้อมูลผู้ผลิตที่ใช้ประกอบบทความ
**สถานะการยืนยันรุ่น:** ยืนยันข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของผู้ผลิต (`xa.com`) [1] [2]
โครงสร้างและการออกแบบทางกายภาพ (Airframe & Visible Construction) * **โครงสร้างลำตัวและใบพัด:** ใช้โครงสร้างแบบปีกเอียงสองใบพัดพับได้ (Foldable Twin-Rotor / Dual Tilt-Wing Structure) [3] [1]
โครงสร้างและการออกแบบทางกายภาพ (Airframe & Visible Construction) * **โครงสร้างลำตัวและใบพัด:** ใช้โครงสร้างแบบปีกเอียงสองใบพัดพับได้ (Foldable Twin-Rotor / Dual Tilt-Wing Structure) ใช้ใบพัดพับได้ 2 ชุด รุ่น P4718 ขนาด 47 × 18 นิ้ว [2]
โครงสร้างและการออกแบบทางกายภาพ (Airframe & Visible Construction) * **โครงสร้างลำตัวและใบพัด:** ใช้โครงสร้างแบบปีกเอียงสองใบพัดพับได้ (Foldable Twin-Rotor / Dual Tilt-Wing Structure) ใช้ใบพัดพับได้ 2 ชุด รุ่น P4718 ขนาด 47 × 18 นิ้ว * **การออกแบบโมดูลาร์แยกส่วน:** ใช้โครงสร้างแพลตฟอร์มแบบแยกส่วน (Quick-swap / Separable design) ที่สามารถถอดแยกระหว่างตัวลำบิน (Flying Platform) กับระบบภารกิจ (Task Systems) ออกจากกันได้อย่างรวดเร็ว โดยมีตัวล็อกนิรภัยคู่ (Dual safety locks) และปลั๊กสามชั้นกันน้ำ/ฝุ่น [1]
โครงสร้างและการออกแบบทางกายภาพ (Airframe & Visible Construction) * **โครงสร้างลำตัวและใบพัด:** ใช้โครงสร้างแบบปีกเอียงสองใบพัดพับได้ (Foldable Twin-Rotor / Dual Tilt-Wing Structure) ใช้ใบพัดพับได้ 2 ชุด รุ่น P4718 ขนาด 47 × 18 นิ้ว * **การออกแบบโมดูลาร์แยกส่วน:** ใช้โครงสร้างแพลตฟอร์มแบบแยกส่วน (Quick-swap / Separable design) ที่สามารถถอดแยกระหว่างตัวลำบิน (Flying Platform) กับระบบภารกิจ (Task Systems) ออกจากกันได้อย่างรวดเร็ว โดยมีตัวล็อกนิรภัยคู่ (Dual safety locks) และปลั๊กสามชั้นกันน้ำ/ฝุ่น * **วัสดุและขนาด:** ก้านแขนมอเตอร์ผลิตจากวัสดุคอมโพสิตใยแก้วและคาร์บอนไฟเบอร์ (Glass & carbon fiber composite) [2]
โครงสร้างและการออกแบบทางกายภาพ (Airframe & Visible Construction) * **โครงสร้างลำตัวและใบพัด:** ใช้โครงสร้างแบบปีกเอียงสองใบพัดพับได้ (Foldable Twin-Rotor / Dual Tilt-Wing Structure) ใช้ใบพัดพับได้ 2 ชุด รุ่น P4718 ขนาด 47 × 18 นิ้ว * **การออกแบบโมดูลาร์แยกส่วน:** ใช้โครงสร้างแพลตฟอร์มแบบแยกส่วน (Quick-swap / Separable design) ที่สามารถถอดแยกระหว่างตัวลำบิน (Flying Platform) กับระบบภารกิจ (Task Systems) ออกจากกันได้อย่างรวดเร็ว โดยมีตัวล็อกนิรภัยคู่ (Dual safety locks) และปลั๊กสามชั้นกันน้ำ/ฝุ่น * **วัสดุและขนาด:** ก้านแขนมอเตอร์ผลิตจากวัสดุคอมโพสิตใยแก้วและคาร์บอนไฟเบอร์ (Glass & carbon fiber composite) * ขนาดเมื่อกางใบพัด: 1,210 × 2,814 × 575 มม. [2]
* ขนาดเมื่อพับก้านแขนและใบพัด: 1,058 × 525 × 489 มม. [2]
* ระยะฐานล้อแนวทแยง (Diagonal Motor Wheelbase): 1,604 มม. [2]
* **น้ำหนักและระดับการป้องกัน:** น้ำหนักตัวเปล่า (รวมแบตเตอรี่ แต่ไม่รวมระบบงาน): 24.6 กก. [2]
* **น้ำหนักและระดับการป้องกัน:** น้ำหนักตัวเปล่า (รวมแบตเตอรี่ แต่ไม่รวมระบบงาน): 24.6 กก.; ระดับการป้องกันน้ำและฝุ่นอยู่ที่ IPX6K สามารถล้างน้ำทำความสะอาดคราบสารเคมีได้โดยตรง [1]
สมรรถนะและขีดความสามารถเฉพาะรุ่น (Model-Specific Capabilities) * **น้ำหนักบรรทุกพิกัด (Rated Payload):** 20 กก. [1]
* **ระบบพ่นสารเคมี (XAG RevoSpray 2):** * ถังบรรจุของเหลวความจุ 20 ลิตร [2]
* **ระบบพ่นสารเคมี (XAG RevoSpray 2):** * ถังบรรจุของเหลวความจุ 20 ลิตร * หัวพ่นจานเหวี่ยงแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง (Rotary Atomizing Nozzle) จำนวน 2 หัว ความเร็วรอบ 1,000 – 16,000 RPM สามารถปรับขนาดละอองน้ำได้ระหว่าง 60 – 400 ไมครอน [2]
* **ระบบพ่นสารเคมี (XAG RevoSpray 2):** * ถังบรรจุของเหลวความจุ 20 ลิตร * หัวพ่นจานเหวี่ยงแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง (Rotary Atomizing Nozzle) จำนวน 2 หัว ความเร็วรอบ 1,000 – 16,000 RPM สามารถปรับขนาดละอองน้ำได้ระหว่าง 60 – 400 ไมครอน * ปั๊มรีดท่อความถี่สูง (Peristaltic Pump) จำนวน 2 ตัว อัตราการไหลรวมสูงสุด 12 ลิตร/นาที [2]
* **ระบบพ่นสารเคมี (XAG RevoSpray 2):** * ถังบรรจุของเหลวความจุ 20 ลิตร * หัวพ่นจานเหวี่ยงแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง (Rotary Atomizing Nozzle) จำนวน 2 หัว ความเร็วรอบ 1,000 – 16,000 RPM สามารถปรับขนาดละอองน้ำได้ระหว่าง 60 – 400 ไมครอน * ปั๊มรีดท่อความถี่สูง (Peristaltic Pump) จำนวน 2 ตัว อัตราการไหลรวมสูงสุด 12 ลิตร/นาที * ความกว้างของแนวพ่นละออง: 5 – 8 เมตร [2]
* **ระบบพ่นสารเคมี (XAG RevoSpray 2):** * ถังบรรจุของเหลวความจุ 20 ลิตร * หัวพ่นจานเหวี่ยงแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง (Rotary Atomizing Nozzle) จำนวน 2 หัว ความเร็วรอบ 1,000 – 16,000 RPM สามารถปรับขนาดละอองน้ำได้ระหว่าง 60 – 400 ไมครอน * ปั๊มรีดท่อความถี่สูง (Peristaltic Pump) จำนวน 2 ตัว อัตราการไหลรวมสูงสุด 12 ลิตร/นาที * ความกว้างของแนวพ่นละออง: 5 – 8 เมตร * **ระบบหว่านเม็ด (XAG RevoCast 3):** * ถังบรรจุเม็ดขนาด 25 ลิตร (รับน้ำหนักบรรทุกเม็ดได้ 16 กก.) [2]
* ป้อนวัสดุด้วยสกรูคู่ (Smart Screw Feeder) รองรับขนาดเม็ด 1 – 6 มม. [2]
* จานหว่านคู่แบบหมุนเหวี่ยงในแนวดิ่ง ความเร็วรอบสูงสุด 800 RPM อัตราการกระจายสูงสุด 110 กก./นาที (ทดสอบด้วยปุ๋ยยูเรีย) ความกว้างแนวหว่าน 4 – 8 เมตร [2]
ชัตเตอร์กลไก (Mechanical Shutter) [2]
เที่ยวบิน ความปลอดภัย และระบบเซนเซอร์ * **ระบบควบคุมการบิน:** ใช้ระบบ SuperX 4 Pro Intelligent Control System รองรับการบินอัตโนมัติเต็มรูปแบบร่วมกับ RTK * **ความเร็วและความแม่นยำ:** ความเร็วบินสูงสุด 12 ม./วินาที [2]
(แนวนอนและแนวตั้ง) * **ระบบเรดาร์และการตรวจจับสิ่งกีดขวาง:** * เรดาร์ 4D Imaging Radar (รุ่น RD24412): คลื่น 24 GHz ระยะตรวจจับ 1.5 – 40 เมตร มุมมอง (FOV) แนวนอน ±40°, แนวตั้ง +90° ถึง -45° ทำงานหลบหลีกสิ่งกีดขวางที่ความเร็วบินสัมพัทธ์ไม่เกิน 8 ม./วินาที โดยรักษาระยะห่างปลอดภัย 2.5 เมตร [2]
ข้อจำกัดและรายละเอียดตามเวอร์ชัน (Real Limitations & Notes) * **ข้อจำกัดด้านความเร็วการหลบหลีก:** แม้ทำความเร็วบินได้ 12 ม./วินาที แต่ระบบเรดาร์ 4D กำหนดความเร็วหลบสิ่งกีดขวางไว้อย่างปลอดภัยไม่เกิน 8 ม./วินาที และความสูงจากพื้นต้องไม่ต่ำกว่า 1.5 เมตร [2]
แม้ถังจุ 25 ลิตร และความจุพ่นจำกัดที่ 20 ลิตร เหมาะกับแปลงขนาดเล็กถึงปานกลาง [2]
แม้ถังจุ 25 ลิตร และความจุพ่นจำกัดที่ 20 ลิตร เหมาะกับแปลงขนาดเล็กถึงปานกลาง * **สถานะวงจรผลิตภัณฑ์:** ในประกาศของ XAG (กันยายน 2025) ได้ขึ้นบัญชีระงับการจัดจำหน่ายในตลาดสากลสำหรับ XAG V50 ควบคู่กับรุ่นเจนเนอเรชันเดียวกันตามรอบวงจรผลิตภัณฑ์ *(ข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงจากเว็บไซต์ทางการ: xa.com)* [1] [2]
ออกแบบให้คนคนเดียวสามารถยกและขนย้ายได้สะดวกเมื่อพับเก็บ (ขนาดพับ 1,058 × 525 × 489 มม.) [1] [2]
*(อ้างอิง: xa.com)* [2]
(ถัง 25 ลิตร) อัตราหว่านสูงสุด 110 กก./นาที [1] [2]
(ถัง 25 ลิตร) อัตราหว่านสูงสุด 110 กก./นาที *(อ้างอิง: xa.com)* [1] [2]
#### มิติที่ 3: เวิร์กโฟลว์กล้อง การทำแผนที่ และการตรวจจับสิ่งกีดขวาง (Sensing, Camera & Mapping) * **XAG V50:** ใช้โมดูลแยก **RealTerra 2** ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมชัตเตอร์กลไก สามารถบินสำรวจและประมวลผลแผนที่แปลงออฟไลน์ในตัวได้ในเที่ยวบินเดียวสูงสุด 13 เฮกตาร์ ด้านความปลอดภัยใช้เรดาร์คู่ ได้แก่ 4D Imaging Radar (ระยะ 1.5 – 40 ม., หลบหลีกปลอดภัยที่ ≤8 ม./วินาที) และเรดาร์ตามภูมิประเทศ TR24S100 *(อ้างอิง: xa.com)* [1] [2]
#### มิติที่ 4: การบำรุงรักษาและการใช้งานในฟาร์ม (Ownership, Operation & Maintenance) * **XAG V50:** จุดเด่นคือระบบถอดเปลี่ยนชุดงานแบบเร็ว (Snap & Lock) ทำให้การสลับระบบระหว่างถังพ่นและถังหว่านทำได้โดยไม่ต้องรื้อสายหรือโครงสร้างหลัก และล้างน้ำแรงดันสูงได้ตามมาตรฐาน IPX6K เหมาะกับเกษตรกรเดี่ยว (Single-operator) [1]
#### มิติที่ 4: การบำรุงรักษาและการใช้งานในฟาร์ม (Ownership, Operation & Maintenance) * **XAG V50:** จุดเด่นคือระบบถอดเปลี่ยนชุดงานแบบเร็ว (Snap & Lock) ทำให้การสลับระบบระหว่างถังพ่นและถังหว่านทำได้โดยไม่ต้องรื้อสายหรือโครงสร้างหลัก และล้างน้ำแรงดันสูงได้ตามมาตรฐาน IPX6K เหมาะกับเกษตรกรเดี่ยว (Single-operator) *(อ้างอิง: xa.com)* [1]
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- www.xa.com — https://www.xa.com/en/v50
- www.xa.com — https://www.xa.com/en/v50/v50spec
- www.xa.com — https://www.xa.com/v50-2022
บทความใช้ข้อมูลอ้างอิงเพื่อช่วยทำความเข้าใจรุ่นและการเตรียมขาย ไม่ใช่ผลทดสอบเครื่องจริงของผู้ขาย การรับซื้อและราคาต้องยืนยันหลังตรวจสภาพ